ลดราคาน้ำมันไม่ได้ ลดค่าไฟไปก่อนละกัน พูดแล้วทำ!

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

การปรับโครงสร้างพลังงาน เป็นวาระสำคัญระดับประเทศ และระดับโลก เป็นเรื่องร้อนที่มีการพูดถึงมาอย่างต่อเนื่องในสังคมไทย มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีพลังงาน มาหลายคนแล้ว ก็ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมเท่าไหร่นัก กระทั่งเกิดสงครามตะวันออกกลาง กระแสปรับโครงสร้างราคาพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมัน ก็ยิ่งร้อนแรง เมื่อ น้ำมันขาดแคลน และมีการขึ้นราคาแบบกระชากใจ ทีเดียว 6 บาท และขึ้นราคาต่อเนื่องอีกหลายครั้ง

 

 

“นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล”โดนโจมตีหนักเรื่องราคาน้ำมัน ตั้งแต่ช่วงรักษาการ เพราะตั้ง”พิพัฒน์ รัชกิจประการ” ซึ่งครอบครัวทำธุรกิจปั๊มน้ำมัน มาดูแลราคาน้ำมัน จนถึงปัจจุบันแม้จะสั่งกลางวงประชุม ครม.ให้ “เอกนัฏ พร้อมพันธ์” ลดราคาน้ำมันทันที และสามารถลดได้จริงประมาณ 2.50 บาท เมื่อสัปดาห์ก่อน ก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ดี เพราะราคาน้ำมันตลาดโลกลดลงต่ำว่าช่วงก่อนเกิดสงครามแล้ว แต่ราคาในประเทศยังสูงอยู่ และสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน จนถูก “รสนา โตสิตระกูล” และกลุ่มเคลื่อนไหวปฏิรูปพลังงานภาคประชาชน จับโกหก ว่าการลดราคาน้ำมันทันที 2.50 บาท เป็นการเล่นปาหี่หลอกประชาชน เพราะเอาเงินภาษีของประชาชนมาอุ้มราคาช่วยนายทุนอยู่ดี พร้อมเรียกร้องให้ “นายกฯหนู” สั่งการให้ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” ลดภาษีสรรพสามิต และดึงกำไรส่วนเกินจากโรงกลั่นมาลดราคาน้ำมันอีก

“รมต.เอกนัฏ”พูดถึงสถานการณ์ราคาน้ำมัน หลังสงครามตะวันออกกลางปะทุอีกครั้งว่า ราคาน้ำทันหลังจากนี้ ต้องดูวันต่อวัน แต่ถึงจะมีการปรับราคาขึ้นหรือลง คงไม่ใช่ลักษณะการปรับราคาแบบกระชากอีก โดยจะใช้กลไกนำเงินโรงกลั่น-กองทุน มาคุมราคาน้ำมันในประเทศ ไม่ให้ขึ้นแรงตามตลาดโลก

เมื่อนายกฯ และ กระทรวงพลังงานไม่สามารถลดราคาน้ำทันได้ในเวลานี้ รัฐบาลก็หันไปปรับโครงสร้างพลังงานในส่วนของไฟฟ้าแทน โดยการประชุม กพช.ล่าสุด มีมติ แยกค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป และลดค่าไฟสำหรับกลุ่มบ้าน ในอัตราก้าวหน้า 1-200 หน่วยแรก ปรับลดเหลือไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ส่วน หน่วยที่ 201-400 และตั้งแต่หน่วยที่ 401 ขึ้นไป ยังคงอัตราเดิม

นอกจากนี้ รัฐบาลยังส่งเสริมให้ประชาชนติดแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา หรือโซล่าร์ รูฟท็อป โดยภาครัฐจะรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินคืนในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย และปลดล็อคให้ซื้อขายตรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดอย่างเสรีด้วย

จากมติ กพช.ดังกล่าว ทั้ง โฆษกรัฐบาล รวมถึง รัฐมนตรี “ลูกเทพ”อย่าง”พลพีร์ สุวรรณฉวี” รีบออกตัวเคลมเป็นผลงานว่า รัฐบาลภูมิใจไทย “พูดแล้วทำ”ทันที โดยเฉพาะการแยกค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลไฟบ้านของประชาชน ที่เป็นปัญหามากว่า 30 ปี แต่ไม่มีรัฐบาลไหนกล้าทำ

ทั้งนี้ นักวิชาการบางคน ยังมองว่า ปัญหาค่าไฟไทยยังมีเรื่องต้นทุนเชื้อเพลิง สัญญาซื้อไฟ กำลังผลิตสำรอง ภาระทางการเงินในระบบ และต้นทุนอื่นๆอีกหลายชั้น ดังนั้น ถ้ารัฐบาลจะประกาศว่า สามารถแก้ปัญหาค่าไฟไทยสำเร็จแล้วนั้น ก็เห็นว่าคงยังไม่ได้ เป็นได้เพียงข่าวดีเรื่องค่าไฟ ที่รัฐบาลเริ่มรื้อ หรือปรับวิธีคิดบางอย่าง ในโครงสร้างค่าไฟจริงเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่เรื่อง”พลังงาน” ยังคงเป็นเรื่อง “ราคาน้ำมัน” อยู่เหมือนเดิม เพราะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากสงครามอิหร่าน และราคาน้ำมันในประเทศยังไม่ลดลงให้เท่าก่อนสงคราม กระทบค่าครองชีพ ความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศในแต่ละวันมากกว่าค่าไฟเป็นอย่างมาก ดังนั้นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล คือต้องรื้อโครงสร้างราคาน้ำมันให้ได้เท่านั้น ถึงจะเป็นข่าวดีอย่างแท้จริง การลดค่าไฟ ยังไม่ใช่เป้าหมายหลัก ที่ภาคประชาชนซึ่งเคลื่อนไหวในเรื่องพลังงานมาอย่างยาวนานคาดหวังไว้…

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่