“เท้ง” ลุยงานผู้นำฝ่ายค้าน ลงพื้นที่ชายแดนใต้ รับฟังปัญหา-ชูสันติภาพ

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

 ขยับบทบาททำงานเชิงรุกทันที สำหรับ ‘เท้ง’ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาชน ล่าสุด นำทีมประธานคณะกรรมาธิการหลายคณะ ล่องใต้ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานีและนราธิวาส เพื่อติดตามความคืบหน้าเหตุความไม่สงบ พร้อมเปิดเวทีรับฟังปัญหาของประชาชน ทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม ปากท้อง และการตั้งคำถามถึงงบประมาณความมั่นคงกว่า 6 แสนล้านบาท ย้ำหัวใจสำคัญของการดับไฟใต้ต้องเปลี่ยนกรอบความคิดมาใช้ ‘แนวคิดพลเรือนนำการทหาร’ เพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน

 

การลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งนี้ “ณัฐพงษ์” ถือเป็นการปักหมุดทำงานเชิงรุกร่วมกับประธานคณะกรรมาธิการสภาฯ จุดหนึ่งที่น่าสนใจ คือ คณะได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุลอบวางเพลิงและระเบิดปั๊มน้ำมัน PT ที่อำเภอสายบุรี ซึ่งฝ่ายความมั่นคงระบุว่า เป็นฝีมือของกลุ่ม BRN พร้อมสะท้อนปัญหาการปรับลดกำลังพลทำให้ดูแลไม่ทั่วถึง ขณะที่ผู้นำฝ่ายค้าน รับปากพร้อมผลักดันงบจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยจับกุมคนร้าย เพราะในแง่ข้อมูลเราเอง ก็รู้และทราบตัวบุคคลที่ก่อเหตุแล้ว เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

 

นอกจากนี้ ผู้นำฝ่ายค้านและทีม สส. พรรคประชาชน ยังได้เปิดเวทีบรรยายพิเศษให้กับนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดย ”ณัฐพงษ์“ ได้ตั้งคำถามสำคัญถึงงบประมาณดับไฟใต้ตั้งแต่ปี 2547 ที่สูงกว่า 6 แสนล้านบาท ซึ่ง กอ.รมน. ได้รับไปเกินครึ่ง แต่กลับตรวจสอบไม่ได้ว่าแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ย้ำว่า การแก้ปัญหาต้องเริ่มจากความโปร่งใส ขณะที่ ”รังสิมันต์ โรม“ เสนอให้ปรับโครงสร้างหรือยุบ กอ.รมน. ในพื้นที่ทั่วไป และจัดทำแผนเปลี่ยนผ่านในชายแดนใต้โดยโอนภารกิจให้หน่วยงานพลเรือนอย่าง ศอ.บต. และท้องถิ่นดูแลแทน เพื่อใช้การเมืองนำการทหาร

 

ด้าน ”รอมฎอน ปันจอร์“ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุการสร้างสันติภาพไม่ได้ลอยมาจากอากาศ ไม่ใช่อยู่ ๆ วันดีคืนดีคนนึกจะหยุดยิงก็หยุดยิง แต่มาจากบทสนทนา มาจากความแตกต่าง และการยอมรับความแตกต่างกัน เราจะแสวงหาข้อตกลงฉันทามติใหม่ที่จะมีร่วมกันในอนาคต ต้องใช้ต้นทุนพหุวัฒนธรรมเหล่านี้

 

ในมิติการพัฒนาเศรษฐกิจและปากท้อง ผู้นำฝ่ายค้านได้เดินทางไปเช็กอินงานศิลปะพหุวัฒนธรรม Pattani Decoded 2026 ชี้ชัดว่า สิ่งสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนเข้ามาพัฒนาเมืองได้ คือ การสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นจริง ควบคู่ไปกับการรับฟังปัญหาเชิงพื้นที่ ทั้งการคัดค้านโรงไฟฟ้าขยะยามู และปัญหาสันดอนทรายอ่าวปัตตานีที่ระบบนิเวศเสียหายหลังโครงการขุดลอกของรัฐ โดยเตรียมตั้งคณะทำงานในสภาเพื่อศึกษาแนวทางฟื้นฟูระบบนิเวศในระยะยาว

 

การลงพื้นที่ชายแดนใต้ของผู้นำฝ่ายค้านในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเก็บข้อมูลปัญหาเข้าสู่สภาเท่านั้น แต่เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนถึงรัฐบาล ว่าพร้อมใช้กลไกนิติบัญญัติตรวจสอบงบประมาณความมั่นคง และผลักดันกระบวนการเจรจาสันติภาพโดยยึดความต้องการของประชาชนในพื้นที่เป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่