“ดู เพลสซิส” ชี้ “อุสมาน” คิดผิดอัพรุ่นลุยมิดเดิลเวต ลั่นรอสอนบทเรียน ศึก UFC FIGHT NIGHT อาทิตย์นี้

ข่าว กีฬา
“ดริคัส ดู เพลสซิส” ชี้ “คามารู อุสมาน” คิดผิดอัพรุ่นลุยมิดเดิลเวต ลั่นรอสอนบทเรียนศึก UFC FIGHT NIGHT : DU PLESSIS VS USMAN อาทิตย์นี้

 

“ดริคัส ดู เพลสซิส” อดีตแชมป์ UFC รุ่นมิดเดิลเวตจากแอฟริกาใต้ แสดงความคิดเห็นว่า “คามารู อุสมาน” อดีตแชมป์เวลเตอร์เวตจากไนจีเรีย คิดผิดที่ขยับพิกัดมาสู่รุ่นมิดเดิลเวต พร้อมกับประกาศเตรียมสอนบทเรียนให้ คู่ต่อกรรายนี้ได้เรียนรู้ ก่อนขึ้นสังเวียนดวลกันเป็นคู่เอกของศึก UFC FIGHT NIGHT : DU PLESSIS VS USMAN ณ สังเวียน Paycom Center, โอกลาโอมา ,สหรัฐอเมริกา เช้าวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม นี้

 

ดริคิส ดู เพลสซิส อดีตแชมป์วัย 32 ปีจากแอฟริกาใต้ เจ้าของสถิติชนะ 23 แพ้ 3 กล่าวถึงเรื่องราวในเส้นทางสายการต่อสู้ของตัวเอง โดยเล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นว่า

 

“จริงๆ แล้วในตอนแรกเริ่ม กีฬา MMA และ UFC ไม่ได้เป็นที่นิยมหรือเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรเลยในประเทศบ้านเกิดของผมที่แอฟริกาใต้ แทบไม่มีใครรู้จัก UFC เลยด้วยซ้ำ มีแค่คนกลุ่มน้อยมาก ๆ แต่สำหรับผม ผมคลุกคลีอยู่กับศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก ๆ อายุแค่ 5 ขวบก็เริ่มเล่นยูโด จากนั้นก็ขยับไปมวยปล้ำ แล้วก็คิกบ็อกซิ่ง รวมถึงคิกบ็อกซิ่งสไตล์ K-1”

 

“ผมหลงรักศิลปะการต่อสู้มาโดยตลอด และพอเริ่มโตขึ้นอายุประมาณ 14-15 ปี ผมก็เริ่มเห็นวิดีโอของ UFC บนอินเทอร์เน็ตมากขึ้น วินาทีนั้นผมรู้ทันทีเลยว่า “นี่แหละคือสิ่งท่ีฉันต้องการจะทำไปตลอดชีวิต”

 

“จากนั้นผมเลยเริ่มฝึกซ้อมอย่างจริงจัง เสาะหายิมฝึกซ้อม ซึ่งถ้าตัดภาพกลับมาในตอนนี้ กีฬาชนิดนี้กลายเป็นสิ่งท่ียิ่งใหญ่และแมสมาก ๆ ในแอฟริกาใต้ ทุกคนรู้จักและทุกคนเปิดดู UFC ดังนั้น แรงผลักดันทั้งหมดของผมมันเริ่มต้นมาจากจุดนั้นมันคือความรักในกีฬาชนิดนี้อย่างหมดหัวใจ”

 

ขณะเดียวกันอดีตแชมป์มิดเดิลเวตเจ้าของฉายา Stillknocks ยังเอ่ยชื่อนักสู้ที่ตัวเองยกให้เป็นไอดอล เป็นแรงบันดาลใจ ในเส้นทางสายการต่อสู้ว่า

 

“แรงบันดาลใจสูงสุดที่ทำให้ผมก้าวเข้ามาใน UFC คือ เมียร์โก โครคอป ในยุค K-1 เขาคือฮีโร่ของผมเลย เพราะตัวผมเองก็มีพื้นฐานมาจาก K-1 เหมือนกัน แล้วเขาก็ขยับมาสู้ใน UFC ด้วย ส่วนนักสู้ในฝั่ง UFC แท้ ๆ เลยที่เป็นไอดอลคนโปรดในช่วงวัยรุ่นก็คือ แอนเดอร์สัน ซิลวา”

 

นอกจากนี้ ดู เพลสซิส ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อม รวมทั้งการคววบคุมน้ำหนักของตัวเอง ก่อนขึ้นสังเวียนภายใต้ศึก UFCOKC วันอาทิตย์นี้ว่า

 

“การเข้มแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อม รอบนี้มันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก สิ่งยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับนักสู้คือการขึ้นสังเวียนโดยไร้อาการบาดเจ็บ ซึ่งบอกตามตรงว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมากในกีฬาประเภทนี้ มันมักจะมีอาการนั่นนี่กวนใจเสมอ แต่รอบนี้การฝึกซ้อมของผมสมบูรณ์แบบมาก เราวางระยะเวลาไว้ยาวนานพอที่จะไม่ต้องไปฝืนทำอะไรโง่ๆ หรือเร่งรีบเกินไปเพื่อเตรียมความพร้อม ตอนนี้สภาพร่างกายและความฟิตของผมดีกว่าครั้งไหนๆ ในชีวิตเลย”

 

“อีกเรื่องคือการทำน้ำหนัก มันคือสงครามครั้งแรก ก่อนที่สงครามจริงบนเวทีจะเริ่มซะอีก แต่รอบนี้น้ำหนักตัวของผมถือว่าต่ำกว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมแฮปปี้กับมันมาก ๆ เพราะการที่เราไม่ต้องไปพะวงหรือทรมานกับการรีดน้ำหนักในช่วงสุดท้าย มันสำคัญมาก เพราะถ้าคุณคุมน้ำหนักได้แย่ ฟอร์มบนเวทีจะพังทันที แต่ผมบอกได้เลยว่าไฟต์นี้เรื่องน้ำหนักจะไม่ใช่ปัญหาสำหรับผมแน่นอน”

 

สำหรับวันอาทิตย์นี้ ดู เพลสซิส จะโคจรมาพบกับ คามารู อุสมาน อดีตแชมป์รุ่นเวลเตอร์เวตชาวไนจีเรีย วัย 39 ปีที่มาพร้อมสถิติชนะ 21 แพ้ 4 ที่ปล่อยน้ำหนักขึ้นมาเผชิญความท้าทายในพิกัดใหม่ ซึ่งนักสู้แอฟริกาใต้ ได้แสดงความคิดเห็นถึงการอัพเวตพิกัดมาสู่รุ่นมิดเดิลเวตของ อุสมาน พร้อมกับเผยถึงจิตวิญญาณความเป็นเพชรฆาตของตัวเอง ที่พร้อมจะสอนบทเรียนให้กับคู่ต่อกรทุกราย โดยเปิดเผยว่า

 

“ผมรู้ว่า คามารู เคยเริ่มอาชีพนักสู้ในรุ่นมิดเดิลเวตมาก่อนในยุคแรก ๆ แต่คุณต้องเข้าใจว่าวงการกีฬานี้มันพัฒนาและเติบโตไปเร็วมาก เขาปักหลักอยู่ในรุ่นเวลเตอร์เวต มายาวนานมาก ๆ และส่วนตัวผมไม่คิดว่าเขาจะดีพอที่จะขึ้นมาต่อกรกับระดับท็อปของรุ่นมิดเดิลเวตได้ในเวลานี้”

 

“โดยเฉพาะเรื่องของรูปร่างและพละกำลังตัวผมเองเคยสู้มาแล้วทั้งพิกัด 170 ปอนด์และ 185 ปอนด์ สู้มาทั้งสองรุ่น มันมีความแตกต่างกันมหาศาลมาก และการที่เขาจะมาปรับเปลี่ยนรุ่นกะทันหันในตอนนี้ ผมคิดว่าในสุดสัปดาห์นี้แหละ เขาจะได้รู้ซึ้งด้วยตัวเองว่าความแตกต่างที่แท้จริงมันเป็นยังไง”

 

“ก่อนไฟต์จะเริ่ม ในหัวของผมคิดอยู่แค่เรื่องเดียวเสมอคือ ผมต้องฆ่าหมอนี่ ไม่งั้นหมอนี่ก็จะฆ่าผม มันคือการเดิมพันว่าครอบครัวของฉันจะได้มีกินมีใช้ หรือว่าครอบครัวของมันต่างหากที่จะได้กิน และทันทีที่กรรมการสะบัดมือสั่งให้ “สู้!” ผมจะไม่คิดอะไรอีกแล้ว ผมลุยแหลกอย่างเดียวเลย”

 

“และผมคิดว่านั่นแหละคือเหตุผลที่ทำให้มันดูมีพลังงานพุ่งพล่านขนาดนั้น ผมเปิดฉากลุยและจะหยุดก็ต่อเมื่อกรรมการสั่งให้หยุด หรือเสียงระฆังดังขึ้นเท่านั้น ในระหว่างนั้นบอกตามตรงนะ บางไฟต์พอชกเสร็จผมยังจำอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ จนกว่าจะได้ย้อนกลับไปเปิดวิดีโอดู เพราะพอสับสวิตช์เริ่มชก ผมก็ใส่เกียร์ห้าเหยียบมิดไมล์ตลอดเวลา”

 

นอกจากนี้ ดู เพลสซิส ยังกล่าวถึงโอกาสที่จะรีไฟต์ภาคที่ 3 กับ ฌอน สตริคแลนด์ แชมป์มิดเดิลเวตคนปัจจุบันที่ตัวเองเคยพิชิตมาแล้วถึง 2 ครั้ง 2 ครา ว่า

 

“แน่นอน 100% หลังจากจบไฟต์นี้ ถ้าฟอร์มของผมออกมาเฉียบขาด ซึ่งผมค่อนข้างมั่นใจว่ามันจะเป็นฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิตของผม มันจะไม่มีข้อกังขาใดๆ หลงเหลืออยู่อีกเลยว่า คนต่อไปที่จะได้ขึ้นชิงเข็มขัดแชมป์โลกเส้นนี้ ต้องเป็นผมเท่านั้น อย่างไรก็ตามสำหรับผมแล้วผมไม่ได้มีความต้องการเจาะจงเป็นพิเศษไม่ว่าจะเป็น ฌอน สตริคแลนด์ หรือ คัมซัต ชิมาเยฟ”

 

“ใครก็ตามที่ครองเข็มขัดแชมป์โลกอยู่ตรงนั้น ผมไม่สนหรอกว่าจะเป็นใคร ผมแค่ต้องการเป็นนักสู้ที่เก่งที่สุดในโลก ผมต้องการเป็นแชมป์โลก และผมไม่แคร์หน้าไหนทั้งนั้น ขอแค่มีเข็มขัดแชมป์วางเป็นเดิมพัน แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว”

 

สุดท้าย ดู เพลสซิส ได้เล่าประสบการณ์ ในการเดินทางมาเยือนประเทศไทยมาตั้งแต่ตอนเป็นวัยรุ่น ซึ่งถือเป็นสถานที่โปรดของตัวเอง พร้อมกับฝากข้อความไปยังแฟนๆ UFC ชาวไทยทุกคน ด้วยการกล่าวทิ้งท้ายว่า

 

“ล่าสุดผมเพิ่งไปประเทศไทย มาเมื่อช่วงมกราคมที่ผ่านมา แต่คงได้กลับไปอีกเร็วๆ นี้ เมืองไทยสุดยอดมาก! จริง ๆ ผมเคยไปเมืองไทยมาหลายครั้งมาก โดยเฉพาะสมัยที่ผมยังเด็กกว่านี้ ผมเริ่มเดินทางไปไทยตั้งแต่อายุ 19 ปี ไปมาแล้วน่าจะ 4-5 ครั้งได้”

 

“แต่ละครั้งก็จะอยู่ยาวประมาณ 6 สัปดาห์เพื่อเก็บตัวฝึกซ้อม โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวเดือนธันวาคม เพราะช่วงนั้นที่แอฟริกาใต้จะไม่มีใครอยู่ซ้อมเลย ผมก็เลยเลือกจะบินไปใช้ชีวิตและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่เมืองไทย ผมรักเมืองไทยมาก รักแบบสุด ๆ อาหารก็อร่อย ผู้คนก็น่ารัก มันเป็นสถานที่ท่ีวิเศษมาก ปกติแล้วเมื่อก่อนผมมักจะไปซ้อมที่ Tiger Muay Thai แต่รอบล่าสุดที่ผมไปมา ผมแวะไปซ้อมที่ Bangtao Muay Thai & MMA”

 

“สำหรับแฟนๆชาวไทย ขอบคุณพวกคุณมากๆ เช่นกัน ผมซาบซึ้งใจมากขอบคุณมากๆ ผมรู้ดีว่าพวกคุณรักการต่อสู้มากแค่ไหน ตัวผมเองก็เคยใช้เวลาอยู่ในประเทศของพวกคุณมาไม่น้อย และผมบอกได้คำเดียวเลยว่ารักเมืองไทยและรักพวกคุณมาก ๆ ขอบคุณครับ”

 

สำหรับการต่อสู้ภายใต้รายการ UFC FIGHT NIGHT : DU PLESSIS VS USMAN จะระเบิดศึก ณ สังเวียน Paycom Center, โอกลาโอมา ,สหรัฐอเมริกา เช้าวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม นี้ คู่หลักของรายการเริ่มเวลา 07.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

 

แฟนหมัดมวยชาวไทยติดตามชมได้ทางช่อง TRUE SPORTS HD3 (668) และแอปพลิเคชั่น UFC Fight Pass https://www.ufc.com/event/ufc-fight-night-july-18-2026

 

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ UFC Thailand ได้ที่
Facebook : https//www.facebook.com/UFCThailand
Instragram : https//www.instagram.com/ufcthailand

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews