ยุบพรรคประชาชน วิจารณ์องคมนตรี เซาะกร่อนบ่อนทำลาย

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

จากดราม่า วิพากวิจารณ์ ท้วงติง องคมนตรี ร่วมประชุมบอร์ดภัยพิบัติ โดยณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคประชาชน ใช้คำว่า “จะโหนฟ้าลงมาต่ำไม่ได้” พร้อมกับเรียกร้องให้ “อนุทิน ชาญวีรกุล” ทบทวน โดยอ้างขัดหลักการประชาธิปไตย ห่วงเรื่องการแทรกแซงฝ่ายบริหาร ก่อนโดยสวนกลับจาก “นายกฯหนู” ว่า แค่นี้ยังไม่รู้เลยการบริหารประเทศทำอย่างไร แค่นจะมาวิจารณ์ ไร้วุฒิภาวะ ก่อนมีการขยายความต่อจากผู้นำจิตวิญญาณ เบอร์2 ของเหล่าสาวกสีส้ม “ปิยบุตร แสงกนกกุล”เสนอให้มีการยกเลิกองคมนตรี จนกลายเป็นดรามาที่ขยายวงกว้างกว่าเดิม

 

 

ท้ายที่สุดจากดราม่า “วิจารณ์องคมนตรี”ของ”เท้ง”ซึ่งมีตำแหน่งหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคประชาชน ที่มีการโพสต์ข้อความคำว่า “โหนฟ้าลงต่ำ” หรือ “อย่าโหนฟ้ามาต่ำ” ก็นำมาสู่การร้องยุบพรรคสีส้มอีกครั้ง โดย “นพรุจ วรชิตวุฒิกุล” อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ดำเนินการสืบสวนไต่สวนเป็นการเร่งด่วนว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) และวรรคสอง หรือไม่ เพื่อยื่นคำร้อง ยุบพรรคประชาชนต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุด พร้อมขอให้นายทะเบียนนำคำพิพากษายุบพรรคก้าวไกลก่อนหน้านี้มาพิจารณาเทียบเคียงด้วยว่า กรณีของพรรคประชาชน ส่อเจตนาเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯ หรือไม่

พร้อมกันนี้ “นพรุจ”ยังตั้งข้อสังเกตุด้วยว่า “ณัฐพงษ์” เป็น 1 ใน 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดฐานฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม อย่างร้ายแรง และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรับฟ้องแล้ว กรณีการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จึงอยากให้ กกต.ตรวจสอบว่า พฤติกรรมครั้งนี้เข้าข่าย เป็นลักษณะการกระทำที่ซ้ำซากด้วยหรือไม่

ก่อนหน้านี้ “ศรีสุวรรณ จรรยา” ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ได้ยื่นเรื่องต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบยุบพรรคประชาชน กรณีโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียพาดพิงองคมนตรี และรัฐบาลเกี่ยวกับการรับมือปัญหาภัยแล้งด้วยเช่นกัน โดยชี้ว่าอาจเข้าข่ายกระทำการมิบังควรและเสี่ยงละเมิดหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วย

ทั้งนี้ พรรคประชาชน โดนร้องยุบพรรคอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2567 ที่มีเปลี่ยนชื่อมาจากพรรคก้าวไกล เพราะถูกยุบพรรค ประกอบด้วย คดี 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล ซึ่งปัจจุบันอยู่ในการพิจารณาของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ,คดีผู้สมัคร สส.มหาสารคาม ซึ่งขาดคุณสมบัติเคยต้องคำพิพากษา ซึ่งอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฏหมายว่าด้วยพรรคการเมือง, คดีปฏิบัติการ IOโยงบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ชี้นำการโหวต และความผิดปกติทางกฎหมายพรรคการเมือง,กรณีการกำหนดให้ผู้สมัครสมาชิกพรรค กรอกLaser ID บนบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งอาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายพรรคการเมือง และหากรวม กรณีล่าสุด ที่ “นพรุจ และ ศรีสุวรรณ” ยื่น ต่อ กกต. เท่ากับมีคดียุบพรรคส้ม อยู่ในขั้นตอนของศาล 1 คดี และ 4คดีอยู่ในขั้นตอนของ กกต.

ก่อนหน้านี้ พรรคสีส้ม คือ “พรรคอนาคตใหม่” ถูกยุบพรรค โดยถูก “ศรีสุวรรณ” เป็นผู้ร้องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบสัญญาการกู้เงินระหว่าง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” กับพรรคอนาคตใหม่ ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่และส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ,ส่วน พรรคก้าวไกล ถูก “ธีรยุทธ สุวรรณเกษร” ทนายความ ร้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 จากกรณี “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” และ พรรคก้าวไกล เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ตนเอง และเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ร้อง ต่อ กกต. และส่งศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน ว่าการแก้ไข ม.112 มีความผิดฐานล้มล้างการปกครอง และ พรรคประชาชน ซึ่งเป็นเจนเนเรชั่นที่ 3 ของสีส้ม กำลังเผชิญชะตากรรมเดียวกับ 2พรรคส้มในอดีตอีกครั้ง จากกรณีของ “เท้ง” วิจารณ์องคมนตรี …

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่