สรุปยังไง? “ไทยช่วยไทย พลัส” เบรกเอี๊ยด! ชง ครม. ไม่ทัน 5 พ.ค.

Hot Clips Video
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่จากรัฐบาล อาจจะต้องรอกันต่อไปอีกนิด สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งเป็นแพ็กเกจที่รวมเอาทั้ง “คนละครึ่ง พลัส” และ “การเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เข้าไว้ด้วยกัน

 

ล่าสุดมีความชัดเจนแล้วว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันอังคารที่ 5 พฤษภาคมนี้ จะยังไม่มีการเสนอโครงการนี้เข้าพิจารณาให้ไฟเขียวแต่อย่างใด คำถามที่หลายคนสงสัย คือ สรุปแล้วติดขัดที่ตรงไหน? และรัฐบาลกำลังรออะไรอยู่?

 

เรื่องนี้ได้รับการยืนยันโดยตรงจาก “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุชัดเจนว่า กระทรวงการคลังเตรียมรายละเอียดของทั้ง 2 โครงการไว้พร้อมหมดแล้ว สามารถชงเข้า ครม. ได้ทันที แต่ที่ยังเสนอไม่ได้ เพราะ “ต้องรอความชัดเจนเรื่องเม็ดเงินงบประมาณก่อน”

 

พูดง่ายๆ คือ ต้องรู้ก่อนว่ารัฐบาลจะมีเงินในกระเป๋าเท่าไหร่ โดยเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา กระทรวงการคลังเพิ่งจะหารือกับสำนักงบประมาณ เพื่อประเมินวงเงินจากงบประมาณปี 2569 ที่หน่วยงานต่างๆ “เบิกจ่ายไม่ทัน” เพื่อนำมาจัดสรรใหม่ผ่าน พ.ร.บ.โอนงบประมาณ เมื่อได้ตัวเลขงบที่เหลือตรงนี้แล้ว จึงจะนำไปคำนวณต่อว่า รัฐบาลมีความจำเป็นต้อง “กู้เงินเพิ่ม” อีกเท่าไหร่ ถึงจะเพียงพอต่อการอัดฉีดเศรษฐกิจ

 

เมื่อพูดถึงการกู้เงิน ข้ามมาดูท่าทีของผู้นำรัฐบาลอย่าง “อนุทิน ชาญวีรกูล”นายกรัฐมนตรี แม้ตัวแพ็กเกจแจกเงินจะยังไม่เข้า ครม. แต่นายกฯ อนุทิน ยืนยันว่า กำลังเร่งผลักดัน “พ.ร.ก.กู้เงิน” ให้เข้าที่ประชุม ครม. ในวันอังคารที่ 5 พ.ค. นี้ให้ได้

 

หลายคนสงสัยว่า ทำไมเรื่องใหญ่ระดับชาติขนาดนี้ ไม่ผ่านการพิจารณาของบอร์ด “ครม.เศรษฐกิจ” ก่อน? นายกฯ อนุทิน ชี้แจงประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า ไม่มีความจำเป็นต้องรอ เพราะบอร์ด ครม.เศรษฐกิจ มีตัวแทนจากภาคเอกชน ทั้งสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และสมาคมธนาคารไทย ร่วมเป็นกรรมการอยู่ด้วย แต่เรื่องการออกกฎหมายกู้เงินเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีโดยตรง จึงสามารถนำเข้า ครม. ชุดใหญ่พิจารณาได้เลย เพื่อความรวดเร็ว

 

ส่วนกระแสข่าวลือที่ว่า กรอบวงเงินกู้ครั้งนี้จะสูงถึง 4 แสนล้านบาทใช่หรือไม่? นายกฯ อนุทิน ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่บอกสั้นๆ เพียงว่า “ให้รอผ่าน ครม. ก่อน”

 

สรุปทิศทางก็คือ ในวันอังคารที่ 5 พฤษภาคมนี้ แม้จะยังไม่มีการเคาะแพ็กเกจ “ไทยช่วยไทย พลัส” แต่สิ่งที่เราจะได้เห็นภาพชัดเจนขึ้นจากที่ประชุม ครม. คือ “ตัวเลขงบประมาณ” ที่รีดคืนมาได้ รวมถึง “แนวทางและกรอบวงเงิน” ของ พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งถือเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่สุดที่จะใช้รับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจในระลอกต่อไป

 

ดังนั้น ประชาชนที่รอคอยโครงการคนละครึ่ง พลัส หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สบายใจได้ว่า โครงการไม่ได้ถูกพับเก็บหรือยกเลิกแต่อย่างใด เพียงแต่รัฐบาลขอเวลาจัดหน้าตัก จัดสรรเม็ดเงินให้รอบคอบและถูกต้องตามวินัยการเงินการคลังก่อน หากได้กรอบวงเงินกู้ที่ชัดเจนเมื่อไหร่ เชื่อว่ามาตรการอัดฉีดเงินจะถูกปล่อยออกมาอย่างรวดเร็วแน่นอน

 

ส่วนกระแสข่าวลือที่ว่า กรอบวงเงินกู้ครั้งนี้จะสูงถึง 4 แสนล้านบาทใช่หรือไม่? นายกฯ อนุทิน ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่บอกสั้นๆ เพียงว่า “ให้รอผ่าน ครม. ก่อน”

 

สรุปทิศทางก็คือ ในวันอังคารที่ 5 พฤษภาคมนี้ แม้จะยังไม่มีการเคาะแพ็กเกจ “ไทยช่วยไทย พลัส” แต่สิ่งที่เราจะได้เห็นภาพชัดเจนขึ้นจากที่ประชุม ครม. คือ “ตัวเลขงบประมาณ” ที่รีดคืนมาได้ รวมถึง “แนวทางและกรอบวงเงิน” ของ พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งถือเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่สุดที่จะใช้รับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจในระลอกต่อไป

 

ดังนั้น ประชาชนที่รอคอยโครงการคนละครึ่ง พลัส หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สบายใจได้ว่า โครงการไม่ได้ถูกพับเก็บหรือยกเลิกแต่อย่างใด เพียงแต่รัฐบาลขอเวลาจัดหน้าตัก จัดสรรเม็ดเงินให้รอบคอบและถูกต้องตามวินัยการเงินการคลังก่อน หากได้กรอบวงเงินกู้ที่ชัดเจนเมื่อไหร่ เชื่อว่ามาตรการอัดฉีดเงินจะถูกปล่อยออกมาอย่างรวดเร็วแน่นอน

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่