“โรม”จี้เร่งสอบสินบน 40 ล้าน “รมต.ดีอี”หวั่นคดีเงียบ

การเมือง ข่าว

 

“โรม”จี้เร่งสอบสินบน 40 ล้านถึงรัฐมนตรีดีอี ชี้ ผ่าน 8 เดือนยังไม่เรียกผู้ถูกกล่าวหาหลัก หวั่นคดีเงียบทั้งที่โยงเว็บพนันกว่า 4,000 เว็บ

 

 

นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินคดีกรณีมีการกล่าวอ้างเสนอสินบนเดือนละ 40 ล้านบาทแก่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยตั้งข้อสังเกตว่า แม้เวลาจะผ่านมากว่า 8 เดือน แต่ผู้ถูกกล่าวหาหลักยังไม่ถูกออกหมายเรียกหรือสอบปากคำ ทั้งที่คดีอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์กว่า 4,000 เว็บไซต์ และความผิดฐานฟอกเงินมูลค่ามหาศาล

นายรังสิมันต์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ว่า คดีดังกล่าวเริ่มจากกรณีที่นายไชยชนกเปิดเผยในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า มีผู้เสนอสินบนเดือนละ 40 ล้านบาท ก่อนเข้าแจ้งความกับตำรวจสอบสวนกลาง และภายหลังสำนวนถูกส่งต่อให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดำเนินการ โดยผู้ถูกกล่าวหาหลัก คือ บุคคลที่ใช้ชื่อเล่นว่า “นายคิว” ซึ่งตามข้อมูลที่คณะกรรมาธิการได้รับ ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์กว่า 4,000 เว็บไซต์ และเป็นผู้เสนอเงินสินบนผ่านบุคคลอีกทอดหนึ่ง เพื่อให้ส่งต่อถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ

นายรังสิมันต์ ระบุว่า แม้ตำรวจสอบสวนกลางจะสอบปากคำรัฐมนตรีและพยานหลายรายแล้ว แต่กลับยังไม่มีการสอบปากคำหรือออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาหลัก พร้อมตั้งคำถามถึงการทำงานของตำรวจและ ป.ป.ช. ว่าเหตุใดคดีจึงไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายเว็บพนันและการฟอกเงินที่มีเงินหมุนเวียนระดับหลายพันล้านบาท

ประธาน กมธ.กฎหมายฯ ยังตั้งข้อสังเกตว่า จากข้อมูลที่ได้รับ นายคิวไม่ได้ถูกกล่าวหาเฉพาะการเสนอสินบนครั้งนี้ แต่ยังถูกกล่าวอ้างว่าเคยติดสินบนเจ้าหน้าที่ในกระทรวงดิจิทัลฯ มาก่อน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการดำเนินคดีในประเด็นดังกล่าวเช่นกัน

สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องสินบน 40 ล้านบาท นายรังสิมันต์อธิบายว่า เป็นการเสนอจ่ายเงินในอัตราเว็บไซต์ละ 10,000 บาท จากเว็บพนันประมาณ 4,000 URL รวมเป็นเงินราว 40 ล้านบาทต่อเดือน โดยนายไชยชนกเป็นผู้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว และเคยเปิดเผยว่า ผู้ที่นำเรื่องมาแจ้งคือ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในขณะเกิดเหตุยังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล

นายรังสิมันต์ ยังตั้งคำถามว่า นายวรศิษฎ์ รับทราบเรื่องดังกล่าวในฐานะใด และเหตุใดจึงไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีทันที พร้อมระบุว่า คณะกรรมาธิการยังไม่สามารถสรุปได้ว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องรายอื่นมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดหรือไม่ แต่เห็นว่าควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ระหว่างการสอบข้อเท็จจริงภายในกระทรวงดิจิทัลฯ ไม่มีการเรียกผู้ถูกกล่าวหาหลักมาให้ข้อมูล ขณะที่ตำรวจสอบสวนกลางชี้แจงว่า ยังไม่ออกหมายเรียกเพราะเกรงว่าผู้ถูกกล่าวหาจะไม่เข้าพบพนักงานสอบสวน ซึ่งนายรังสิมันต์เห็นว่า ไม่ใช่เหตุผลที่เหมาะสมตามกระบวนการยุติธรรม

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า อีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า คณะกรรมาธิการจะติดตามความคืบหน้าคดีอีกครั้ง หลังพบว่าหลายหน่วยงานมีการโยนความรับผิดชอบกันไปมา พร้อมเรียกร้องให้ ป.ป.ช. เร่งดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และให้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประสานขอข้อมูลจาก ป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบความผิดมูลฐานด้านการฟอกเงิน รวมถึงพิจารณาการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน หากพบว่ามีการกระทำความผิดตามกฎหมาย

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่