ร้อง DSI เอาผิด 6 บริษัทเรือขนส่งน้ำมันลงใต้ผิดปกติ

คลิปข่าวทั่วไป Video

 

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มอบหมาย น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ อดีต สส.กทม. ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อการปฏิรูปพลังงาน หรือ ทีมชุดสุดซอย พร้อมด้วยทีมฝ่ายกฎหมาย ร่วมกันนำเอาเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือที่พบความผิดปกติ ไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 เข้ามอบให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

 

 

น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า ตนเองพร้อมด้วยทีมงานฝ่ายกฎหมายของกรมธุรกิจพลังงาน ได้นำเอกสารเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับดีเอสไอ เพราะทราบว่าดีเอสไอได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเรื่องเรือบรรทุกน้ำมัน แต่ในการขยายผลและตรวจสอบภายในของกระทรวงพลังงานนั้น เราก็ได้นำใบขนส่งน้ำมันจากผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรวจสอบ โดยเฉพาะใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 จำนวน 166 ฉบับ ซึ่งเป็นของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จำนวนทั้งสิ้น 6 ราย ที่ไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยมีอัตราโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม ใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือเหล่านี้ เป็นใบกำกับการขนส่งทางเรือฯ จากบริษัทคลังน้ำมันที่จังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรี โดยน้ำมันเหล่านี้จะขนส่งทางเรือไปยังปลายทางคลังน้ำมันที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดชุมพร และจังหวัดสงขลา แต่เมื่อใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทั้ง 166 ฉบับ ไม่เป็นไปตามประกาศฯ จึงเป็นความผิดตามกฎหมายที่เราต้องร้องทุกข์กล่าวโทษ ตาม พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543

ทั้งนี้ ส่วนการดำเนินการเชิงลึกต่างๆ ก็เป็นส่วนของกระทรวงยุติธรรม และดีเอสไอดำเนินการขยายผลต่อไป ความผิดปกติของใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือทั้ง 166 ฉบับดังกล่าว ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562

ปรากฏว่าในใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงบางใบข้อมูลไม่ครบถ้วน อาทิ ขาดการระบุวันที่ออกใบกำกับการขนส่งทางเรือ หรือไม่ระบุถึงหมายเลขประจำตราซีลนัมเบอร์เรือ หรือไม่ระบุเรือ หรือไม่ระบุต้นทางที่ไปรับน้ำมันออกมา เป็นต้น ดังนั้น เมื่อไม่ครบถ้วนเราก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนจะเป็นการปลอมแปลงเอกสารหรือไม่ ต้องให้ดีเอสไอไปสืบสวนสอบสวนขยายผล ปลายทางของน้ำมันเหล่านี้ตามใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ บางส่วนก็พบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับบริษัทคลังน้ำมันที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามที่ดีเอสไอสืบสวนสอบสวนอยู่ในปัจจุบัน

ส่วนจะมีปริมาณน้ำมันเข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนเท่าไรนั้น ขอให้เป็นการสืบสวนสอบสวนขยายผลของดีเอสไอต่อไป เพราะอย่างไรแล้วคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมันเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ และมีความซับซ้อนจากเส้นทางเดินเรือ ตั้งแต่โรงกลั่น ไปจนถึงคลังน้ำมันที่สุราษฎร์ธานี และจากคลังน้ำมันที่สุราษฎร์ธานีไปยังสถานีบริการน้ำมันอีก ฉะนั้น ดีเอสไอจะให้ข้อมูลได้ชัดเจนกว่า ก่อนหน้าจะเกิดวิกฤตพลังงานน้ำมันขาดแคลน เราต้องเรียนตามตรงว่ากระทรวงพลังงาน อาจจะไม่ได้มีการกำกับหรือติดตามในส่วนของบริษัทคลังน้ำมัน 6 แห่งเหล่านี้อย่างเข้มข้น

ในประเด็นว่าจะเชื่อมโยงกับการประวิงเวลากักตุนน้ำมันหรือไม่นั้น บางใบเอกสารต้องยอมรับว่ามี ซึ่งก็เห็นว่าบางใบเอกสารก็มีการขนส่งน้ำมันที่นานผิดปกติประมาณ 2-3 วัน โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคม 2569 กรณีหากพบคนกระทำความผิดในการกักตุนน้ำมันจริง จนมีผลต่อการต้องนำเอาเงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปใช้อุดหนุน ทำให้ประชาชนเสียหาย และต้องมีการเรียกคืนเงินชดเชยเหล่านั้น ก็ขอให้เป็นไปตามนโยบายของ รมว.พลังงาน ตามที่ท่านเคยแจ้งไว้

สำหรับ ใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือทั้ง 166 ฉบับเหล่านี้จะไปเชื่อมโยงกับบริษัทเรือขนส่งน้ำมันรายใด หรือเรือกี่เที่ยว กี่ลำ ที่แล่นอยู่ในทะเลสุราษฎร์ธานีนั้น ก็ต้องให้ดีเอสไอไปขยายผลตรวจสอบ เพราะดีเอสไอมีข้อมูลเชิงลึกอยู่แล้ว เราจะตรวจสอบทุกมิติต่อไปว่าคลังน้ำมันแต่ละที่มีน้ำมันสำรองอย่างไร มีใบกำกับการขนส่งน้ำมันอย่างไรบ้าง เพราะเราต้องเชื่อมโยงข้อมูลให้หน่วยงานเกี่ยวข้องไปใช้ขยายผล

ทางด้าน พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ตามที่กรมธุรกิจพลังงานได้มาร้องทุกข์ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่ไม่ปฏิบัติตามประกาศของกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งดีเอสไอก็จะรับข้อมูลไว้พิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ เพราะต้องทำตามขั้นตอน และในการพิจารณารับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษก็ต้องพิจารณาตามมติของคณะกรรมการคดีพิเศษ วันที่ 9 เมษายน 2569 ที่ได้มีมติไว้ ว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ ขณะที่กรณีว่าเป็นข้อมูลที่ขยายผลมาจากคลังน้ำมันที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น อย่างไรก็ต้องนำรายละเอียดไปตรวจสอบดูอีกครั้ง และจะได้นำเสนออธิบดีดีเอสไอพิจารณาตามขั้นตอน ทางด้านสำนวนคดีบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง (โยงเสี่ยตือคอสโม่) ล่าสุดได้มีการรับไว้เป็นคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ก็ต้องเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบถามปากคำในฐานะพยาน

 

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงความคืบหน้าการสืบสวนบริษัทเจ้าของเรือทั้ง 8 เจ้า ที่เชื่อมโยงกับน้ำมัน 60 ล้านลิตร ล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ธานีนั้น เหลืออีกเพียง 2 บริษัทที่ยังอยู่ระหว่างนัดหมาย เพราะทราบว่าทั้ง 2 เจ้า อยู่ระหว่างไปต่างประเทศ ทั้งนี้ คำให้การในภาพรวมของทั้ง 6 บริษัทเรือที่ได้สอบปากคำไปนั้น ส่วนใหญ่ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องร่องมรสุม อุทกศาสตร์ แต่จะต้องนำข้อเท็จจริงไปตรวจสอบต่อไปว่าเป็นจริงตามนั้นหรือไม่

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่