ผู้นำฝ่ายค้าน มีเกียรติ สิทธิประโยชน์เหมือนรัฐมนตรี

Hot Clips Video

 

ก่อนหน้านี้ “ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์” สส.พรรคประชาชน เคยออกมาโต้แย้ง “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภา เกี่ยวกับการทูลเกล้าฯ ชื่อผู้นำฝ่ายค้าน ที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ล่าสุดศาลฎีการับฟ้อง แต่ไม่ได้มีคำสั่งให้ 10 สส.พรรคประชาชน หยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็อาจทำให้ทุกฝ่ายคลายกังวล และน่าจะดำเนินการเกี่ยวกับผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฏรต่อไป ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ถือว่ามีเกียรติยศ และสิทธิประโยชน์เสมือนรัฐมนตรี โดยมีเงินเดือน,เงินประจำตำแหน่ง,รถยนต์ประจำตำแหน่ง,และคณะทำงานฝ่ายการเมือง เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

 

รัฐธรรมนูญ มาตรา 106 กำหนดคุณสมบัติผู้นำฝ่ายค้านไว้ว่า ต้องเป็น”สส.”ที่ดำรงตำแหน่ง”หัวหน้าพรรคการเมือง” ในสภาผู้แทนราษฎร ที่มีจำนวน สส.มากที่สุด และไม่มีสมาชิกดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี,ประธาน หรือรองประธานสภาฯ ซึ่งหากพิจารณาตามเงื่อนไขแล้ว หัวหน้าพรรคประชาชน “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” คือบุคคลที่คุณสมบัติครบถ้วน เพราะศาลฏีกาไม่ได้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ และพรรคประชาชน ก็ไม่ได้เปลี่ยนหัวหน้าพรรค ในการประชุมใหญ่ครั้งล่าสุด

จากอดีต ถึงปัจจุบัน นับตั้งแต่มีการกำหนดให้มีผู้นำฝ่ายค้าน ประเทศไทยมี “ผู้นำฝ่ายค้าน” มาแล้ว 11 คน “ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช” จากพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้นำฝ่ายค้านคนแรก เมื่อปี 2518 และยังมี สส.จากพรรคประชาธิปัตย์ อีก 3 คน ได้รับเกียรติทำหน้าที่นี้ ประกอบด้วย “ชวน หลีกภัย-บัญญัติ บรรทัดฐาน และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”

“พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร”จากพรรคชาติไทย ผู้นำฝ่ายค้าน คนที่ 2 ดำรงตำแหน่ง 2 สมัย ในปี 2526 และ 2535, ลำดับ 3 “พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ” เจ้าของฉายา “จิ๋วหวานเจี๊ยบ”จากพรรคความหวังใหม่ ได้ครองตำแหน่งนี้ 4 สมัย ในช่วงปี 2535-2542 แต่ในระหว่างนั้น ก็มี “บรรหาร ศิลปอาชา” หัวหน้าพรรคชาติไทย สอดแทรก เป็นผู้นำฝ่ายค้าน คนที่ 4 ในปี 2537 อยู่ช่วงสั้นๆ

คนที่ 5 “ชวน” เจ้าของฉายา “ใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง” ผู้นำฝ่ายค้าน 3 สมัย จากพรรคประชาธิปัตย์ ในปี 2538,2539 และปี 2544 สลับกับการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี อีก 2 สมัย ส่วนลำดับ 6 “บัญญัติ”เป็นผู้นำฝ่ายค้าน จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่รับไม้ผู้นำพรรคต่อจาก”ชวน” ได้เป็นผู้นำฝ่ายค้านในปี 2546 ส่วน ลำดับ 7 “อภิสิทธิ์” จากประชาธิปัตย์อีกคน เป็นผู้นำฝ่ายค้าน 3 สมัย ในปี 2548 ปี 2551 และปี 2554 แต่ก็ได้สลับไปเป็น นายกรัฐมนตรี 1 สมัย

ผู้นำฝ่ายค้าน คนที่ 8 “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ครองตำแหน่งนี้ 2 สมัย ในปี 2562 และ 2563 ภายหลังยุครัฐบาล คสช.แต่ทำหน้าที่ได้ไม่นาน ก็ลาออกจากหัวหน้าพรรค ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน จึงถูกส่งต่อให้ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คนใหม่ คือ “ชลน่าน ศรีแก้ว” ก้าวขึ้นเป็นผู้นำฝ่ายค้านคนที่ 9 ในปี 2564 ทำหน้าที่จนครบวาระ ในปี 2566

ผู้นำฝ่ายค้านคนที่ 10 “ชัยธวัช ตุลาธน” จากพรรคก้าวไกล ในปี 2566 ทำหน้าที่ ได้เพียง 7 เดือน ต้องพ้นจากตำแหน่ง เพราะขาดคุณสมบัติจากถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี พรรคก้าวไกลถูกยุบ จากคดีร่วมแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ ผู้นำฝ่ายค้าน คนที่ 11 “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ในปี 2567 ทำหน้าที่จนถึงการยุบสภาเมื่อ 12 ธ.ค.2568

สำหรับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านคนต่อไป น่า จะเป็น “ณัฐพงษ์” อีกครั้ง เพราะพรรคประชาชน ยังไม่เปลี่ยนหัวหน้าพรรค…

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่