อวสาน ข้าวฟรี! สส.ซื้อกินเอง-สว.โวย”เสียเกียรติ”

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

 22 เมษายน 2569 กลายเป็นวันประวัติศาสตร์ของรัฐสภาไทยที่ต้องจารึกไว้ เมื่อ “ข้าวฟรี” ที่เคยเป็นสวัสดิการพื้นฐานของเหล่าผู้แทนราษฎรมาอย่างยาวนานได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ

 

บรรยากาศวันนี้ที่สภาผู้แทนราษฎรคึกคักเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะวาระการประชุมที่เผ็ดร้อน แต่เป็นเพราะ “เมนูอาหาร” ที่เหล่า สส. ต้องควักเงินจ่ายเองเป็นวันแรก ท่ามกลางกระแสชื่นชมจากสังคมที่มองว่านี่คือการลดความเหลื่อมล้ำ แต่ในขณะเดียวกัน ฝั่งวุฒิสภา หรือ สว. กลับมีแรงกระเพื่อมที่ต่างออกไป เมื่อเริ่มมีการโวยถึงการตัดงบอาหารว่าอาจเป็นการ “หยามเกียรติ” จาก สว. บางคน

 

ย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ก่อน “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้พาสื่อมวลชนทดลองระบบมาแล้วครั้งหนึ่ง และในวันนี้คือของจริง ที่ สส. ทุกคนต้องแลกคูปอง 100 บาท หรือสแกนจ่ายผ่าน PromptPay เพื่อเลือกซื้ออาหารจาก 18 ร้านที่คัดสรรมาอย่างดี

เมนูมีให้เลือกตั้งแต่ข้าวราดแกง ข้าวซอย ไปจนถึงของอินเทรนด์อย่างกรีกโยเกิร์ต โดยประธานโสภณ ย้ำชัดว่า การยกเลิกอาหารฟรีครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อเอาหน้า แต่ทำเพื่อ “ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน”ซึ่งคำนวณแล้วสามารถเซฟภาษีประชาชนได้วันละกว่า 200,000 บาท หรือหลายสิบล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว

เสียงตอบรับจาก สส. ส่วนใหญ่ออกไปในเชิงบวก อย่างคุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม จากพรรคไทยภักดี ที่ออกมาโพสต์คลิปรีวิวบรรยากาศโรงอาหารใหม่ พร้อมระบุว่า ราคาก็ไม่ได้ต่างจากข้างนอก สส.ซื้อกินเองเหมือนประชาชนทั่วไปเป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้ว

เช่นเดียวกับ “จูรี นุ่มแก้ว” สส. สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาประกาศจุดยืนชัดเจนว่า “อาชีพอื่นซื้อกินได้ อาชีพนี้ก็ต้องซื้อกินเองได้” พร้อมยินดีร่วมเซฟภาษีประชาชน ทำให้ภาพลักษณ์ของผู้แทนราษฎรดูเข้าถึงง่ายและเป็นกันเองมากขึ้นในสายตาชาวบ้าน

 

ตัดภาพไปที่ฝั่งวุฒิสภา บรรยากาศกลับหนังคนละม้วน เมื่อวันจันทร์ ที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา “ปทุม วงศ์สวัสดิ์” สว. ลุกขึ้นหารือกลางที่ประชุมว่า มีเพื่อน สว. กระซิบกันว่า วันนี้อาจเป็น“มื้อสุดท้าย” ที่จะได้กินฟรี โดยเธอแสดงความไม่สบายใจว่า ทำไมต้องยกเลิก พร้อมเสนอว่าถ้าเปลืองงบ ก็แค่ลดปริมาณอาหารลงก็ได้ ไม่จำเป็นต้องตัดทิ้งทั้งหมด

 

ประเด็นที่ทำให้สังคมหูผึ่ง คือคำกล่าวที่ว่า “เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงิน แต่มันเกี่ยวกับเกียรติของ สว.” จนทำให้ “ชูชีพ เอื้อการ” สว. อีกท่าน ถึงขั้นเสนอให้มีการ “ประชุมลับ”เพื่อหาทางออกเรื่องงบอาหารนี้โดยเฉพาะ เพราะถือว่าเป็นเรื่องภายในที่ต้องคุยกันให้จบ จนรองประธาน สว. ต้องรีบตัดบทให้ไปคุยกันในวงวิป สว. แทน

ข้าวหนึ่งจานอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในมิติการเมือง นี่คือการส่งสัญญาณถึงการปฏิรูปสิทธิประโยชน์ของนักการเมืองที่เคยถูกมองว่าเป็น “อภิสิทธิ์ชน”

 

บทสรุปในวันนี้ สส. เริ่มต้นก้าวแรกด้วยการควักกระเป๋าเพื่อคืนเงินให้แผ่นดินวันละ 2 แสนบาท ส่วนฝั่ง สว. จะจบลงที่เกียรติยศหรือความเท่าเทียม คงต้องรอฟังผลจากที่ประชุมวิป สว.ในเร็วๆ นี้ ว่าสุดท้ายแล้ว “มื้อสุดท้าย” จะมาถึงจริงหรือไม่

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่