สถานการณ์ชายแดนใต้ กลับมาร้อนแรง เมื่อพบว่า รถที่ใช้ก่อเหตุลอบยิง “กลมศักดิ์ ลีวาเมาะ” สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ เป็นรถของทางราชการ สังกัด กอ.รมน.มีการจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุแล้วบางส่วน แต่ยังไม่ถึงตัวบงการ ฝ่ายการเมือง เครือข่ายมวลชนในพื้นที่ กดดันฝ่ายความมั่นคงอย่างหนักให้ย้าย “พล.ท.นรธิป โพยนอก” แม่ทัพภาค 4 ออกจากพื้นที่จากกรณีปิดไมค์ตอบคดีลอบยิง”สส.กมลศักดิ์” และกรณีพาดพิงโรงเรียนปอเนาะ จนนายกฯ “อนุทิน ชาญวีรกุล” พร้อมคณะใหญ่ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีกลาโหม,และรัฐมนตรีอีกหลายคนรวมถึง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วยประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ต้องลงพื้นที่ไปดูข้อเท็จจริง และมีการแถลงขอโทษ จากแม่ทัพภาค 4 รวมถึง “นายกฯหนู” ก็ขอโทษด้วย ในฐานะ ผอ.รมน. พร้อมกับปกป้องแม่ทัพภาค 4 แบบเงียบๆ โดยไม่มีคำสั่งย้ายตามข้อเรียกร้องแต่อย่างใด
คดีลอบยิง สส.ผ่านมา ครบ 1 เดือนเต็ม ชมรมอิหม่าม ชมรมตาดีกา ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน เครือข่ายองค์กรเยาวชน มุสลิมะห์ ชมรมโต๊ะครู ชมรมโรงเรียนเอกชน อ.บาเจาะ พรรคประชาชาติ และศูนย์ทนายความมุสลิม ได้จัดพิธีละหมาดฮายัต ให้กำลังใจ “สส.กมลศักดิ์” มีการอ่านแถลงการณ์ของภาคประชาชน ชี้ชัด เหตุการณ์กราดยิงเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ไม่ใช่เพียงแค่การทำร้ายบุคคลแต่เป็นการบ่อนทำลายความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่ตัวผู้ลงมือ แต่ต้องขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกคน
ไร้สองมาตรฐาน ยุติการเลือกปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรม และบังคับใช้กฎหมายอย่างศักดิ์สิทธิ์และเท่าเทียม
กระแสกดดัน ให้ย้ายแม่ทัพภาค 4 ออกจากพื้นที่ ยังไม่จบ แม้เจ้าตัว และผู้บังคับบัญชาหน่วยเหนือ จะขอโทษไปแล้ว แต่มวลชน และเอ็นจีโอ ยังเคลื่อนไหวแสดงออกว่าไม่ยอมรับการขอโทษแต่ในจังหวะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก “ทีมโฆษก กอ.รมน.” ก็ได้มีการโพสต์ข้อความว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า จะเดินหน้า “ปิดช่องโหว่ชายแดน”เตรียมชงแผนสร้างรั้วความมั่นคง185 กม.
เพื่อยกระดับการควบคุมชายแดน ลดช่องว่างการแทรกซึม และเสริมประสิทธิภาพการป้องกันภัยคุกคามในทุกมิติ บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นของ”แม่ทัพภาค 4” ในการที่จะแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ให้บรรลุเป้าหมาย
“รั้วชายแดน” จึงกลับมาอยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน ทั้งในโลกจริง และโลกโซเชียลอีกครั้ง เมื่อกองทัพภาค 4 เสนอทำรั้วกั้นไทย-มาเลเซีย เพราะก่อนหน้านี้ มีการเสนอแนวคิดทำรั้ว ทำกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชา
ซึ่งมีความยาว 800 กว่ากม.มาแล้ว ในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนตึงเครียดมีการสู้รบกันถึง 2 ครั้ง ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.ก็ได้เห็นชอบหลักการไปแล้ว มีการนำเสนอแบบร่าง และแนวทางดำเนินการ
โดยกองทัพไทยแล้ว
มีการจัดตั้ง”กองทุนหทัยทิพย์”จากเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ เพื่อร่วมสนับสนุนภารกิจสำคัญในการสร้างสิ่งป้องกันภัยตาม แนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งปัจจุบันมียอดเงินกว่า 200 ล้านบาทรวมถึง “พรรคสีน้ำเงิน” ก็นำเรื่องนี้ไปใช้เป็นนโยบายหาเสียง จนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย แต่คำถามคือรั้วชายแดนไทยเขมรจุดแรกจะเริ่มสร้างได้ตอนไหน เพราะตอนนี้ มีแต่รั้วตู้คอนเทนเนอร์ ของ”กันจอมพลัง”เท่านั้นประกอบกับยังมีข่าวลือ เกี่ยวกับการเปิดด่านชายแดนอย่างต่อเนื่อง โดย “เฮียหนุ่ม นักลงทุนสายโหด” ก็ได้โพสต์ตั้งคำถามแบบเจ็บจี๊ด “รั้วชายแดนเขมรเค้าไม่ทำกันแล้วเหรอครับ เงียบกริบเลยตั้งแต่ได้เป็นรัฐบาลตกลงว่ารั้วจะทำต่อไหมครับ” ซึ่งมีประชาชนเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก
น่าสนใจว่า ประเด็นรั้วชายแดนใต้ ซึ่ง”นายกฯอนุทิน” ออกตัวสนับสนุนอย่างชัดเจน ในการลงพื้นที่ ครั้งล่าสุด กับรั้วชายแดนไทย-เขมร รั้วฝั่งไหน จะมีความคืบหน้า และสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมก่อนกัน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews