“เอกนัฏ”ปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน “ไม่กลัว ไม่เกรงใจใคร”

Hot Clips Video

 

กระทรวงพลังงาน ถือเป็นกระทรวงเกรดเอ ที่หลายคนมองว่ามีผลประโยชน์มหาศาล ทำให้บรรดาพรรคการเมือง นักการเมือง ต่างหมายปอง จับจ้องแย่งชิง ใช้สรรพกำลังอย่างเต็มที่ในการต่อรองเพื่อให้ได้เข้าไปนั่งบริหารแต่สำหรับ “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” เจ้ากระทรวงคนใหม่ ที่เพิ่งรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเพียง 10 กว่าวัน อาจไม่ได้มอง หรือคิดแบบนั้น เพราะสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก และปัญหาการขาดแคลนในช่วงที่ผ่านมา จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง จนดีเซล ทะลุเพดานไปถึงลิตรละ 50.54 บาท เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา อาจเป็นโจทย์ และเป็นการบ้านที่สำคัญของรัฐมนตรีป้ายแดง ต้องแก้ปัญหา และต้องทำให้ได้

 

 

“เอกนัฏ” ไม่ได้เป็นมือใหม่ เสียทีเดียว สำหรับการบริหารงานในฐานะเจ้ากระทรวง เพราะก่อนหน้านี้เคยฝากผลงานชิ้นโบว์แดง ที่กระทรวงอุตสาหกรรม จัดทีมสุดซอยปราบปรามสินค้าไม่ได้มาตฐาน โรงงานเถื่อน โดยเฉพาะเหล็กไม่ได้คุณภาพที่เชื่อมโยงกับการก่อสร้างตึก สตง.ที่ถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหว มีประสบการณ์ปะฉะดะ กับนายทุน สีเทา สีดำมาพอสมควร แต่คำถามคือ จะรับมือกับนายทุนพลังงาน ที่เขี้ยวลากดินได้มากน้อยเพียงใด เพราะกลุ่มทุนเหล่านี้ มักอยู่เบื้องหลังการเมืองแทบทุกพรรค

 

“เอกนัฏ” เข้าสู่แวดวงการเมืองด้วยการเป็นเลขานุการส่วนตัวของ”สุเทพ เทือกสุบรรณ” ซึ่งเป็น”พ่อเลี้ยง” ในปี 2552 เมื่อครั้งมีการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งแรกได้เป็น สส.เมื่อปี 2554 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์พร้อมกับทำสถิติ เป็น สส.อายุน้อยที่สุดด้วยวัย 25 ปี ก่อนจะเป็น 1 ใน 9 สส.ประชาธิปัตย์ ที่ลาออกจากพรรค เป็นแกนนำ กปปส. ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล”ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ทำหน้าที่เป็นโฆษก กปปส. และเป็น 1 ใน 43 ผู้ต้องหาคดีกบฏและความผิดอื่น รวม 8 ข้อหา จากการชุมนุม จากนั้นในปี 2565 “เอกนัฏ”เข้าร่วมพรรครวมไทยสร้างชาติ และได้เป็นเลขาธิการพรรค ในเวลาต่อมา โดยมี”พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” เป็นหัวหน้าพรรค และมีความขัดแย้งกัน ก่อนย้ายสังกัดมาอยู่กับภูมิใจไทย และได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีพลังงาน

 

ก่อนรับตำแหน่ง “เอกนัฏ” ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ อภิปรายเสนอแนะแก้ปัญหาพลลังาน ราคาน้ำมันในสภาว่า “ขอให้โรงกลั่นขนาดใหญ่ 6 โรงกลั่นเปิดเผยข้อมูลการกลั่นและการส่งออก เพื่อให้ตรวจสอบได้และทำให้รัฐบาลทำงานง่าย หวังว่าจะไม่ต้องใช้ยาแรงมากกว่าการส่งข้อมูลและการประกาศราคา เพื่อแก้ปัญหาการกักตุน พร้อมกับฝากให้รัฐมนตรีคนใหม่ ว่า อย่าฟังเจ้าหน้าที่มากกว่าประชาชน ขอให้เชื่อประชาชน ตั้งสติ ตั้งใจทำงานใช้เจตจำนงทางการเมืองมาแก้ปัญหา นี่คือโอกาสสำคัญของประเทศไทย

 

การฝากรัฐมนตรีพลังงานคนใหม่ในสภาของ”เอกนัฏ” เหมือนเป็นการพูดกับตัวเอง และทันทีที่เข้ามารับงานต่อ ก็งัดกฎหมายสั่งการให้โรงกลั่นทุกโรงลดราคาค่าการกลั่นลงมา 2 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มปรับลดลงได้ทันที 2.14 บาทต่อลิตร ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี ในฐานะเจ้ากระทรวงพลังงาน ที่ต้องเร่งจัดการปัญหาราคาน้ำมันแพง เป็นอันดับแรก หลังได้รับตำแหน่ง เพราะเป็นปัญหาใหญ่ และกระทบต่อพี่น้องประชาชน เป็นวงกว้าง รวมถึงเป็นการกอบกู้ภาพลักษณ์ของ”รัฐบาลสีน้ำเงิน และนายกฯอนุทิน ชาญวีรกุล” ที่ถูกโจมตีก่อนหน้านี้ บริหารจัดการน้ำมันล้มเหลว เอาเจ้าของปั๊ม มาดูแลกำหนดราคาน้ำมัน จนเกิดการขาดแคลน และกักตุน หาผลประโยชน์

 

หลังจากนี้ ต้องติดตามการทำงานของ “เอกนัฏ” เป็นอย่างดี เพราะก่อนหน้านี้ เคยประกาศว่า จะเร่งแก้ปัญหาราคาน้ำมัน ค่าการกลั่น การกักตุนเชื้อเพลิง และโครงสร้างค่าไฟฟ้า โดยการบริหารพลังงานต้องทำให้ประชาชนเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม จะมีมาตรการอะไรออกมาอีก จะใช้กฏหมาย หรือกลไกอะไร ไปจัดการกับกลุ่มทุนน้ำมันที่กอบโกยผลประโยชน์มานาน และเริ่มเห็นผลงานบ้างแล้ว เมื่อมีการลดราคาน้ำมันลงแล้ว 2-3 ครั้ง

 

แต่ทุกอย่างเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะทุกคนอยากเห็นการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานที่แท้จริง ซึ่ง”เอกนัฏ”ย้ำความมุ่งมั่นในการปฏิรูป ในการจะรื้อโครงสร้างราคาน้ำมันและพลังงาน ระหว่างการรับ 8 ข้อเรียกร้องของเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ยืนยันว่าตนเองเลือกที่จะยืนข้างประชาชนแน่นอน 100% และไม่กลัว ไม่เกรงใจด้วย ถ้าจะต้องสู้กับใคร ต้องชนกับใคร เพราะกระทรวงพลังงานเป็นของประชาชน ดังนั้น หลังจากนี้ เราคงต้องเอาใจช่วย รัฐมนตรี”เอกนัฏ”ให้รื้อ และปฏิรูปราคาน้ำมันให้สำเร็จ

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่