10นายกฯ 22ปีไฟใต้ เมื่อไหร่จะจบ?

Hot Clips Video

 

ปัญหาความรุนแรงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ “ปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส” และ 4 อำเภอของสงขลา กลับมาได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษอีกครั้ง ภายหลังเกิดคดีลอบยิง”สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ”เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 19 มี.ค.และเกิดแรงกระเพื่อมในพื้นที่อย่างรุนแรงเมื่อพบว่า รถที่ใช้ก่อเหตุ เป็นของ กอ.รมน.อีกทั้งมือปืน ยังเป็นอดีตนาวิกโยธิน ทำให้ฝ่ายการเมือง สส.ในพื้นที่ รวมถึงภาคประชาชนมีการเคลื่อนไหวกดดันไปยังรัฐบาล จนฝ่ายความมั่นคง ถูกเพ่งเล็ง และมีการเรียกร้องให้ย้ายแม่ทัพภาค 4 ออกจากพื้นที่ กลายเป็นเผือกร้อนของรัฐบาล และนายกฯ”อนุทิน ชาญวีรกุล”ไปในทันที

 

ไฟใต้ ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 22 ปี มีรัฐบาลกว่า 10 ชุด นายกรัฐมนตรี รวม 10 คน ประกอบด้วย “ทักษิณ ชินวัตร,พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์,สมัคร สุนทรเวช,สมชาย วงษ์สวัสดิ์,อภิสิทธิ เวชชาชีวะ,ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร,พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา,เศรษฐา ทวีสิน,แพทองธาร ชินวัตร และ อนุทิน ชาญวีรุกล” พยายามทำนโยบาย อัดงบประมาณเพื่อที่จะแก้ไข แต่ปัญหาก็ยังไม่คลี่คลาย มีตัวเลขสะสม เกิดเหตุความรุนแรงกว่า 10,000 ครั้งผู้เสียชีวิตกว่า 6,000 คน และบาดเจ็บอีกมากกว่า 13,500 คน

 

โดยจุดเริ่มต้นของไฟใต้ มาจากเหตุคนร้ายปล้นปืนครั้งใหญ่ ที่กองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส หรือค่ายปิเหล็ง เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 “ทักษิณ”ถูกจับโยงว่าเป็นต้นเหตุ โดยเฉพาะการกล่าววรรคทอง “โจรกระจอก”ที่ทำหลายฝ่ายตั้งคำถามว่า คำพูดนี้คือการกระพือไฟใต้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง รวมถึงนโยบายทางการเมืองในช่วงปี 2544-46 เต็มไปด้วยความแข็งกร้าว มีทั้งฆ่าตัดตอนอุ้มฆ่า รวมถึงการยุบหน่วยงานกองบัญชาการส่วนผสมพลเรือน ตำรวจ ทหารที่ 43 (ภตท.43) ที่มีมาอย่างยาวนานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

หลังจากนั้นสถานการณ์ไฟใต้ก็รุนแรงมากขึ้น เกิดเหตุก่อความไม่สงบที่มัสยิดกรือเซะ ช่วงเดือน เม.ย. 2547 มีผู้เสียชีวิต 34 ราย และรุนแรงที่สุด คือเหตุการณ์ตากใบ ช่วงเดือน ต.ค.2547 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 87 ราย ต่อมาในวันที่ 5 ธ.ค.2547 รัฐบาลได้โปรยนกกระดาษกว่า 60 ล้านตัว ตามโครงการ “60 ล้านใจ สานสายใยพี่น้องใต้ ด้วยดอกไม้และนกกระดาษ” แต่ผู้ก่อความไม่สงบได้แจกใบปลิวในจังหวัดปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมขู่ฆ่าประชาชนที่เก็บนกกระดาษ ทำให้สถานการณ์ของ 3 จังหวัดเลวร้ายลง

 

ในปี 2550 ยุครัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ มีสถิติไฟใต้รุนแรงรุนแรงที่สุด มีเหตุการณ์ความไม่สงบสูงถึง 1,407 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตเกือบ 900 คน และในรัฐบาลต่อๆมา “สมัคร-สมชาย-อภิสิทธิ์” ก็พยายามอัดเม็ดเงินโยนงบประมาณหลายหมื่นล้าน และแนวทางแก้ปัญหาลงไปอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่สามารถคลี่คลายไฟใต้ให้มอดลงได้

 

สมัยรัฐบาล”ยิ่งลักษณ์” มีการเชิญตัวแทนระดับแกนนำความเห็นต่าง 14 คน มาเจรจาพูดคุยที่มาเลเซีย ก่อนจะตั้งคณะพูดคุยสันติสุขเป็นครั้งแรกโดยมี พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะเจรจา แต่ภายหลังฝ่ายความมั่นคงทักท่วงว่า ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนถึงการลงนามในข้อตกลงต่าง ๆ ทำให้ไม่มีการลงนามความร่วมมือดังกล่าว

 

ต่อมา ในยุครัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์” ร่วม 10 ปี มีความพยายามในการแก้ปัญหาด้วยนโยบาย ความมั่นคง และการเมือง ควบคู่กันไป อย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังมีคณะพูดคุยคอยประสานงาน ทำให้สถานการณ์ ค่อยๆ ดีขึ้นโดยในปี 2563 สถิติความรุนแรงลดลงต่ำที่สุด ในรอบหลายปี มีผู้เสียชีวิตเพียง 36 คน เหมือนการแก้ปัญหาเดินมาถูกทาง แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลเป็น ยุค”เศรษฐา-แพทองธาร” ใน ปี 2567 ครบรอบ 20 ปีไฟใต้เกิดเหตุลอบวางระเบิด และวางเพลิงหลายจุดพร้อมกัน และปี 2568 ความรุนแรงกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะเดือนเมษายน เกิดเหตุถึง 57 ครั้ง แม้รัฐบาลจะมีความพยายามในการแก้ปัญอย่างต่อเนื่อง และ “อันวาร์ อิบราฮิม”นายกฯ มาเลเซีย ประกาศแต่งตั้ง “ทักษิณ” เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวประธานอาเซียน ทำให้ “ทักษิณ”กลับมามีส่วนร่วมในการนำเสนอแก้ปัญหา 3 จังหวัดใต้อีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้มีสัญญาณอะไรบ่งบอกว่าสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนจะดีขึ้น

 

กระทั่งเข้าสู่ยุครัฐบาลสีน้ำเงินของ”อนุทิน” ชายแดนใต้ ที่ยังคงเป็นพื้นที่เปราะบาง เกิดเหตุความไม่สงบอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนักเพราะมีปัญหาชายแดนไทยกัมพูชาเด่นชัดมากกว่ากระทั่งมีการเลือกตั้งใหม่ และเกิดคดีลอบยิง”สส.กมลศักดิ์” สถานการณ์ชายแดนใต้ ก็กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง นายกฯอนุทิน ซึ่งเดินทางลงพื้นที่ รวมไปถึง ผบ.ทบ.ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับแม่ทัพภาค 4คนปัจจุบัน และกำลังถูกคนในพื้นที่ต่อต้าน จากการปิดไมค์พูดถึงกรณีการลอบยิง “สส.กมลศักดิ์” จะปรับแผนแก้ไฟใต้รอบใหม่กันอย่างไร เพื่อคุมสถานการณ์ให้คงที่ ไม่ให้รุนแรงไปกว่าที่เป็นอยู่เพื่อคืนสันติสุขให้กับคน 3 จังหวัด

 

 

 


ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่