ไฟใต้! กดดันเปลี่ยนแม่ทัพภาค 4 “อนุทิน” เอาไง?

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้… ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่คือ “บาดแผลเรื้อรัง” ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ทศวรรษ จุดเริ่มต้นของความรุนแรงระลอกใหม่ ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2547ในช่วงรัฐบาล “ทักษิณ ชินวัตร” ปีนั้นสถานการณ์กลับมารุนแรงอย่างผิดสังเกต ไล่เรียงจากเหตุปล้นปืนค่ายปิเหล็ง, การหายตัวไปของ”สมชาย นีละไพจิตร”ทนายสิทธิมนุษยชน, เหตุการณ์มัสยิดกรือเซะไปจนถึงโศกนาฏกรรมตากใบ

 

เพียงปีเดียว… มีการเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคที่ 4 ถึง 3 คน โดยพลโท พงษ์ศักดิ์ เอกบรรณสิงห์ (ดำรงตำแหน่งในเดือนตุลาคม 2546 – มีนาคม 2547), พลโท พิศาล วัฒนวงษ์คีรี(ดำรงตำแหน่งในเดือนเมษายน 2547 – พฤศจิกายน 2547) และพลโท ขวัญชาติ กล้าหาญ (ดำรงตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายน 2547 – ธันวาคม 2548) สะท้อนถึงความไม่มีเสถียรของการบริหารสถานการณ์ในพื้นที่

 

แต่หากมองในเชิงสถิติ ปีที่รุนแรงที่สุด กลับเป็นปี 2550 มีเหตุการณ์ความไม่สงบสูงถึง 1,407 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตเกือบ 900 คน และบาดเจ็บกว่าพันคนในช่วงนั้น ประเทศไทยอยู่ภายใต้รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ หลังการรัฐประหารปี 2549

 

รัฐบาลเลือกใช้นโยบาย “การเมืองนำการทหาร” พร้อมกล่าว “ขอโทษ” ต่อประชาชนมุสลิมในพื้นที่ เพื่อพยายามลดความรู้สึกแตกแยกระหว่างรัฐกับประชาชน มีการรื้อฟื้น ศอ.บต. และใช้แนวทางสันติวิธีควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

 

อย่างไรก็ตาม แม้นโยบายจะมุ่งสมานฉันท์ แต่สถานการณ์ในปีนั้น กลับพุ่งสูงที่สุด ส่วนหนึ่งมาจาก “ช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจ” ที่ทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุใช้จังหวะนี้… ท้าทายรัฐอย่างต่อเนื่อง

 

หลังจากนั้น ความพยายามแก้ปัญหาด้วย “การพูดคุยสันติภาพ” เริ่มต้นขึ้น ในปี 2556 มีการลงนามพูดคุยอย่างเป็นทางการครั้งแรกกับกลุ่ม BRN ที่ประเทศมาเลเซีย และในปี 2563… ความรุนแรงลดลงต่ำที่สุด
ในรอบหลายปี มีผู้เสียชีวิตเพียง 36 คน ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์โควิด-19 และข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว

 

แต่ความสงบไม่เคยยั่งยืน โดยใน ปี 2567 ครบรอบ 20 ปีไฟใต้ เกิดเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงหลายจุดพร้อมกัน และปี 2568 ความรุนแรงเริ่มกลับมาอีกครั้ง เฉพาะเดือนเมษายน เกิดเหตุถึง 57 ครั้งและเข้าสู่ปี 2569 ครบ 22 ปีของความขัดแย้ง ตัวเลขสะสมตลอดสองทศวรรษ มีเหตุการณ์มากกว่า 10,000 ครั้ง ผู้เสียชีวิตกว่า 6,000 คน และบาดเจ็บมากกว่า 13,500 คน

 

ล่าสุด… สถานการณ์ไม่ได้เป็นเพียง “ความรุนแรงในพื้นที่” อีกต่อไป แต่กำลังลุกลามเป็น “วิกฤตศรัทธาต่อรัฐ” จากเหตุลอบยิง สส.นราธิวาส กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ที่พบว่ารถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ… เป็นรถของหน่วยงานรัฐสังกัด กอ.รมน.นราธิวาส ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือก่อเหตุ ยิ่งซ้ำเติมความเชื่อมั่นของประชาชน อีกทั้งคำให้สัมภาษณ์ของพลโท นรธิป โพยนอก เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กลายเป็น”เชื้อไฟ” ทางความรู้สึก

 

นำไปสู่แรงกดดันจากหลายฝ่าย ทั้งผู้นำศาสนา นักวิชาการ ภาคประชาชน รวมถึงพรรคการเมือง ที่เรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบ และล่าสุด กลุ่มโรงเรียนปอเนาะในจังหวัดสงขลายื่นคำขาดให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4ภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ มิฉะนั้นจะยุติความร่วมมือกับฝ่ายความมั่นคงทั้งหมด

แต่ขณะเดียวกัน ก็มีอีกกระแสในสังคม ที่ออกมาสนับสนุน ผ่านแฮชแท็ก #Saveแม่ทัพภาคที่4 มองว่าเป็นการพูดความจริงเพื่อแก้ปัญหา และคำถามสำคัญในวันนี้ คือ การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูลจะเป็นเพียงการ “บริหารสถานการณ์เฉพาะหน้า” หรือจะเป็น “จุดเปลี่ยน” ของกระบวนการสันติภาพ พร้อมทำตามข้อเรียกร้องให้สั่งย้ายหรือปรับเปลี่ยนแม่ทัพภาคที่ 4 หรือไม่

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่