fbpx
Home
|
คลิปข่าวทั่วไป

“นายกฯเศรษฐา” ลุยแจกหมื่น “อุ๊งอิ๊ง” เข้าทำเนียบ

การประชุมคระรัฐมนตรีครั้งที่ 4 ที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดิจิทัลวอลเลต อย่างเป็นทางการ

 

 

 

ขณะเดียวกันยังเห็นชอบรายชื่อคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 35 คนแล้ว ด้านนายกฯ มั่นใจสถานภาพการเงินการคลังไทยแข็งแกร่ง แม้มีปัญหา ศก.ในอนาคต หลังประกาศเดินหน้ากระเป๋าเงินดิจิทัลเดือนก.พ.ปีหน้า

 

 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 4 โดยก่อนเข้าประชุมนายกรัฐมนตรีได้ทักทายสื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง สำหรับการประชุมวันนี้มีวาระสำคัญที่ต้องจับตา

 

 

คือ การเสนอชื่อคณะกรรมการศึกษาการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมี 35 รายชื่อ ในส่วนของคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตก็มีการเสนอรายชื่อเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็ได้มีการเห็นชอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

ก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ในฐานะรองรองประธานกรรมการซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งถือเป็นการเข้าทำเนียบรัฐบาลอย่างเป็นทางการครั้งแรกของน.ส.แพทองธาร

 

 

โดยนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงบทบาทของน.ส.แพทองธาร? ว่า? ท่านก็เป็นรองประธานคณะกรรมการชุดดังกล่าว และในการประชุมนัดแรกวันนี้นายกรัฐมนตรีจะตั้งคณะกรรมการก็จะมีการแบ่งงานว่าจะทำอย่างไรกันบ้าง

 

 

ขณะเดียวกันคณะกรรมการชุดนี้จะมีนักธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องซอฟพาวเวอร์เข้ามาร่วมด้วย รวมถึงผู้ที่มีประสบการณ์ด้านต่างๆ? ขณะที่เป้าหมายการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้?คือการหาบุคลากรในครอบครัว ที่มีความรู้ความสามารถ 1 ครอบครัวต่อ 1 บุคคลมาบ่มเพาะ? โดยจะเป็นการเสริมรายได้ให้กับครอบครัวด้วย

 

 

ส่วนที่มีการมองกันว่าคณะกรรมการชุดนี้เปรียบเสมือนคณะรัฐมนตรีชุดจริง นางพวงเพ็ชร? ปฏิเสธโดยระบุว่า ไม่หรอก เนื่องจากทำแค่เรื่องซอฟต์พาวเวอร์อย่างเดียว

 

 

ส่วนที่มีการมองกันว่าคณะกรรมการชุดนี้เปรียบเสมือนคณะรัฐมนตรีชุดจริง นางพวงเพ็ชร? ปฏิเสธโดยระบุว่า ไม่หรอก เนื่องจากทำแค่เรื่องซอฟต์พาวเวอร์อย่างเดียว

 

 

ส่วนเรื่องของการเมืองที่น่าสนใจคือการคัดเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

 

จะเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ หลังจากที่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ได้ลาออก ว่า เป็นเรื่องที่ สส. และสมาชิกพรรคเพื่อไทยหลายคนมีความเห็นว่า น.ส.แพทองธารมีความเหมาะสม เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ เข้าใจวัฒนธรรมทางการเมืองของพรรคอย่างดี

 

แต่คงต้องรอการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคในวันที่ 27 ต.ค.ที่จะมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยเชื่อว่าน.ส.แพทองธารเป็นคนมีความรู้ความสามารถ จะนำพาพรรคไปสู่จุดมุ่งหมายได้ และทำอะไรได้หลายๆอย่าง

 

 

ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงกรณีการเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอาจจะเป็นน.ส.แพทองธาร ว่า ทุกอย่างเมื่อมีความพร้อม ก็เป็นที่น่ายินดีของพรรคเพื่อไทย และทุกคนให้ความยอมรับ และหากมีความพร้อมก็ควรจะขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเลย

 

 

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลจะเดินหน้าได้ในเดือนก.พ.67 ว่า ได้มีการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกไว้แล้ว โดยเมื่อวานนี้ ได้หารือกับนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ถึงการประเมินเศรษฐกิจในระยะกลางและระยะยาวว่าหากนโยบายออกไปแล้วจะเป็นอย่างไร ภาพที่เครดิตเรตติ้งเอเจนซี่ ประชาชน และนักลงทุนต่างประเทศอยากเห็นเป็นอย่างไร ซึ่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ให้คำแนะแนำและแนวทางมา ว่ารัฐบาลควรทำอย่างไรซึ่งเราก็น้อมรับ

 

 

นอกจากนี้ยังได้พูดคุยกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังและปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งจะน้อมรับคำแนะนำไปพิจารณาและคงจะมีการพูดคุยกันต่อ

 

 

โดยนายกรัฐมนตรี ยังให้ความมั่นใจว่าหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินทางเศรษฐกิจขึ้นมา สถานภาพการเงินการคลังของประเทศจะยังแข็งแกร่งแน่นอน ส่วนรายละเอียดเรื่องแหล่งเงินขอให้รอฝ่ายที่ดูแลชี้แจง

 

 

ส่วนกรณีค่าเงินบาทอ่อนตัวในขณะนี้ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวัง ยืนยัน จะไม่เข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซง ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด การที่เงินบาทอ่อนค่าไม่ได้เป็นเสียทั้งหมด แต่เป็นผลดีกับการส่งออก ซึ่งมากถึง 50% ของจีดีพี รวมถึงการท่องเที่ยวที่มากถึง 20% ของจีดีพี ซึ่งจะได้อานิสงส์จากเรื่องนี้ด้วย แต่ทั้งนี้ต้องดูให้เหมาะสม ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ดูและติดตามสถานการณ์อยู่แล้ว

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube