สรุปทุกประเด็น ทำไม ONE ฟ้อง “รถถัง” แล้วไฟต์กับทาเครุยังแข่งหรือไม่ ?

ข่าว กีฬา
ONE ฟ้อง “รถถัง จิตรเมืองนนท์” เรียกค่าเสียหาย 542 ล้าน ปมหมิ่นประมาท-ละเมิดสัญญา ขณะไฟต์ดวล ทาเครุ ยังชกตามกำหนดเดิมแม้ข้อพิพาทเดือด

 

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง ONE Championship และ รถถัง จิตรเมืองนนท์ กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการกีฬาการต่อสู้ หลังองค์กรตัดสินใจดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ท่ามกลางคำถามของแฟนมวยเกี่ยวกับสาเหตุของคดี สถานะสัญญา และอนาคตของไฟต์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

ต้นตอของข้อพิพาทเริ่มจากการที่ ONE ยื่นฟ้องคดีแพ่งฐานหมิ่นประมาท โดยระบุว่ามีการโพสต์ข้อความที่พาดพิงถึงองค์กรและพนักงานในลักษณะที่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของบริษัทในระดับสากล ซึ่งองค์กรยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์และความน่าเชื่อถือของบริษัท ไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคลแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ยังมีประเด็นเรื่องการละเมิดข้อผูกพันตามสัญญาหลายครั้งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญในการฟ้องร้อง

 

สำหรับมูลค่าความเสียหายในประเทศไทย ONE ประเมินไว้ที่ประมาณ 542 ล้านบาท ขณะที่ในประเทศอื่นอย่างสิงคโปร์และญี่ปุ่น อยู่ระหว่างการดำเนินการของทีมกฎหมายในแต่ละพื้นที่ ซึ่งตัวเลขความเสียหายอาจแตกต่างกันไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ สะท้อนให้เห็นว่ากรณีนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระดับภายในประเทศ แต่มีมิติในระดับนานาชาติเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน

 

ในประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับสัญญา โดยเฉพาะกรณีที่รถถังระบุว่าไม่สามารถอ่านภาษาอังกฤษได้ ทีมกฎหมายของ ONE ชี้แจงว่าเหตุผลดังกล่าวไม่สามารถทำให้สัญญาเป็นโมฆะได้โดยอัตโนมัติ เนื่องจากต้องพิจารณาจากพฤติการณ์โดยรวม อีกทั้งรถถังได้ลงนามในสัญญากับ ONE ตั้งแต่ปี 2018 และมีการต่อสัญญาอีกครั้งในปี 2022 ซึ่งมีเนื้อหาแทบไม่เปลี่ยนแปลง และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายก็ได้ปฏิบัติตามสัญญาและได้รับผลประโยชน์ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

 

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือข้อกล่าวหาเรื่องการปลอมลายเซ็นและเอกสารจำนวน 30 ฉบับ ซึ่ง ONE ได้ออกมายืนยันว่าไม่มีนโยบายปลอมลายเซ็นนักกีฬา โดยลายเซ็นในเอกสารทั้งหมดเป็นลายมือชื่อจริง พร้อมข้อมูลภาษาไทยครบถ้วน ส่วนที่ถูกเข้าใจว่าเป็นเอกสารหลายฉบับนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงการเซ็นย่อในแต่ละหน้าของสัญญาฉบับเดียว ไม่ใช่สัญญาแยกหลายฉบับตามที่มีการเข้าใจผิด

 

ในด้านสถานะความสัมพันธ์ระหว่างนักกีฬาและองค์กร ONE ยืนยันว่าไม่มีนโยบายบังคับนักกีฬาให้อยู่กับองค์กร และได้ส่งเอกสารปล่อยตัวให้รถถังแล้วตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน โดยฝั่งองค์กรได้ลงนามเรียบร้อย แต่กระบวนการยังไม่เสร็จสมบูรณ์เนื่องจากรถถังยังไม่ได้เซ็นกลับ โดยให้เหตุผลว่ายังติดเงื่อนไขเกี่ยวกับไฟต์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

ไฟต์ดังกล่าวคือการพบกันระหว่างรถถังกับ ทาเครุ เซกาวา ในศึก ONE Samurai 1 วันที่ 29 เมษายน ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง ONE ยืนยันว่าไฟต์นี้ยังคงดำเนินต่อไปตามกำหนดเดิม โดยถือเป็นการแข่งขันพิเศษนอกเหนือจากสัญญาหลัก รถถังยังคงฝึกซ้อมตามปกติ และองค์กรยังเป็นผู้ดูแลการเดินทางและการจัดการแข่งขันทั้งหมดเช่นเดิม เนื่องจากต้องการให้แฟนมวยได้เห็นการเผชิญหน้าของนักชกระดับโลกทั้งสองคน

 

อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีที่ไฟต์ไม่สามารถจัดขึ้นได้จากการกระทำของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจนำไปสู่ข้อพิพาทในกระบวนการอนุญาโตตุลาการที่สิงคโปร์ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงถึงหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงความเสี่ยงทางกฎหมายที่ทั้งสองฝ่ายต้องเผชิญหากไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงได้

 

แม้สถานการณ์โดยรวมจะตึงเครียด แต่ ONE ยืนยันว่ายังไม่ปิดโอกาสในการเจรจา โดยในกระบวนการของศาลจะมีขั้นตอนการไกล่เกลี่ย ซึ่งได้นัดหมายครั้งแรกในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ องค์กรระบุว่าพร้อมหาทางออกที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย และหากต้องแยกทางกัน ก็ต้องการให้จบลงด้วยดีเพื่อให้แต่ละฝ่ายสามารถเดินหน้าต่อในเส้นทางของตนเองได้

 

ขณะเดียวกัน ฝั่งรถถังก็เตรียมออกมาแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงในมุมของตนเอง ท่ามกลางความสนใจอย่างมากจากสื่อและแฟนมวย ซึ่งทำให้กรณีนี้ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป เพราะไม่เพียงเป็นข้อพิพาททางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างนักกีฬาและองค์กรกีฬาระดับโลกที่อาจส่งผลต่ออนาคตของวงการในระยะยาว

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews