“แสวง”ยันคดียุบภูมิใจไทย ไม่ได้ยื้อเวลา แค่หน่วยงานตรวจสอบปมเงินบริจาค ชี้กรณีต่างกันกับ “ก้าวไกล” ขณะไม่กังวล “ทนายอั๋น” ฟ้องป.ป.ช. ร่ำรวยผิดปกติ
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการดำเนินการเกี่ยวกับคำร้องยื่นยุบพรรคภูมิใจไทย ว่าเรื่องที่จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้เกี่ยวกับการยุบพรรคเลย หรือเกี่ยวกับกฎหมายพรรคการเมืองอะไรเลย แต่มีคนจะเอามาโยงว่าสามารถที่จะยุบพรรคได้หรือไม่ จึงทำให้มีคนคิดว่าการที่พรรคภูมิใจไทยก็ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ พรรคก้าวไกลก็ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งสองกรณีนั้นแตกต่างกันมาก ส่วนฐานความผิดของพรรคภูมิใจไทยคือการอำพรางเรื่องหุ้น ไม่ได้เกี่ยวกับการยุบพรรคการเมืองตามกฏหมายพรรคการเมืองเลย แค่มีการเอาไปโยงกันเท่านั้น
ทั้งนี้ เมื่อมีคนร้องต่อ กกต. มาก็ต้องมีการดำเนินการ ตรวจสอบเงินบริจาคว่ามีที่มาจากไหน เป็นเงินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากเป็นเงินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ไม่ได้ตัดสินที่คนบริจาคแต่ตัดสินด้วยกฏหมาย และคนที่มีอำนาจชี้ ซึ่งต้องรอหน่วยงานที่มีอำนาจ เป็นคนตัดสินซึ่งก็ไม่ใช่กกต. หรือนายทะเบียนโดยขณะนี้มีการตรวจสอบและถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ จนกว่าจะได้ข้อยุติ
นายแสวงยังยกตัวอย่างกรณีการบริจาคของนายตู้ ห่าว ที่บริจาคให้กับพรรคพลังประชารัฐ มีคนบอกว่าเงินชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องมีการพิสูจน์ว่าเงินชอบด้วยกฎหมายยังไง ก็ต้องรองหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทรัพย์สินเช่นปปง. หรือป.ป.ส. เป็นต้น เป็นผู้ตัดสินมาก่อนจึงจะนำคำตัดสินมาใช้ได้ ทั้งนี้โดยกฎหมายพรรคการเมือง ไม่ได้ให้นายทะเบียนเป็นคนวินิจฉัย ว่าเงินนี้ชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะไม่มีอำนาจตัดสิน พร้อมยืนยันว่า กรณีการยื่นร้องพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นการยื้อเวลา เป็นไปตามกระบวนการ ซึ่งยื่นมาตามช่องทางของนายทะเบียนจึงมีการตรวจสอบตามมาตรา 93 ไม่ได้เข้าเกณฑ์ในมาตรา 92 ซึ่งกฎหมายก็มีหลายวิธี
ขณะเดียวกัน นายแสวง ยังกล่าวถึงกรณีที่นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการแจ้งรายการบัญชีทรัพย์สินของนายแสวง ซึ่งมีเหตุร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ โดยขอให้ตรวจสอบย้อนหลัง 5 ปีตั้งแต่ปี 2558 ถึง 2565 ว่า ตนอยู่ในที่สว่าง ไม่ว่าเรื่องส่วนตัวหรือว่าเรื่องงานการที่ทนายอั๋นยื่นคำร้องก็ถือว่าเป็นการตรวจสอบไม่ได้มีความกังวลแต่อย่างใด แต่เห็นว่าถ้าใช้ความรู้ความสามารถไปทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองก็น่าจะดีกว่านี้
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า นายแสวง ได้มีการแสดงบัญชีทรัพย์สินเพียงรถ 1 คันและมอเตอร์ไซค์ 2 ซึ่งเป็นในส่วนของภรรยา นายแสวง กล่าวว่า ตนมีรถประจำตำแหน่ง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews