“ปานปรีย์” เชื่อ ต่างชาติเข้าใจเหตุการณ์พารากอน ยันรัฐบาลไทยชัดเจนด้านมาตรเยียวยาเต็มที่ ขออย่ากังวล พร้อมป้องกันเหตุซ้ำ ยืนยันไม่ปล่อยผู้ก่อเหตุลอยนวล
นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ ที่สยามพารากอนเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2566 ว่า เบื้องต้นทางสถานทูตไม่ได้มีการร้องขอมาทางกระทรวงการต่างประเทศซึ่งทางสถานทูตได้รับทราบว่า รัฐบาลไทยและห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน กำลังดำเนินการนี้อยู่ซึ่งมีการแสดงความรับผิดชอบอย่างชัดเจนจากทางห้างสรรพสินค้าขณะที่รัฐบาลเอง ก็ได้ให้การสนับสนุนด้านการเงินในการช่วยเหลือเยียวยา ให้กับครอบครัวผู้ที่เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ จึงไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้เพราะมีระเบียบของราชการอยู่แล้วว่าภาครัฐจะสามารถช่วยเหลือเรื่องนี้ได้ ในจำนวนเท่าไหร่
สำหรัลปฏิกิริยาของต่างประเทศที่มีต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นตนมองว่าเป็น เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ซึ่งเกิดจากเด็กอายุเพียง 14 ปีและคิดว่าต่างชาติจะเข้าใจ เพียงแต่ว่าภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีมาตรการอย่างไรต่อไป โดยเชื่อว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการวางมาตรการที่เข้มข้นต่อไป
ซึ่งมาตรการมีสองอย่างอันดับแรกคือการช่วยเหลือเยียวยาและต่อไปคือการวางมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก เมื่อมีสองมาตรการที่ชัดเจนก็เชื่อว่าชาวต่างชาติจะกลับมาให้ความเชื่อมั่นกับประเทศไทยอีกครั้ง พร้อม ยอมรับว่าในช่วงต้นอาจจะกระทบกับความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวบ้าง แต่เมื่อได้เห็นความชัดเจน ด้านมาตรการรวมถึง การดำเนินการกับผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหายซึ่งเป็นเยาวชน ตามกฏหมายที่คุ้มครองอยู่แต่จะปล่อยให้ลอยนวลไปไม่ได้ และคิดว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นเหตุการณ์ระยะสั้นเท่านั้น
ส่วนกรณีที่ ตนกู อิสมาอิล สุลต่าน อิบราฮิม มกุฎราชกุมารรัฐยะโฮร์ของมาเลเซีย อยู่ในเหตุการณ์วันดังกล่าวด้วยนั้นตน ได้รับรับทราบ ว่าท่านอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงในเวลาเกิดเหตุ แต่ได้ออกไปอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยไม่ได้รับผลกระทบอะไร โดยทางรัฐบาลไทยได้แสดงความกังวลและเป็นห่วงพร้อมทั้งถวายความปลอดภัย ให้อย่างเต็มที่ โดยการสื่อสารผ่านเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย
ส่วนที่ระบุว่า มกุฎราชกุมารรัฐยะโฮร์ของมาเลเซีย เป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดนั้นนายปารปรีย์ กล่าวว่าสำหรับคนที่ไม่เคย ประสบเหตุการณ์แบบนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องเลวร้ายและถือเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นและน่าเสียใจที่สุด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews