fbpx
Home
|
ข่าว

นายกฯขอโทษเลื่อนฉีดวัคซีนแจงยิบขั้นตอนสั่งเร่งแก้

Featured Image
นายกฯ ประกาศตัวเป็นผู้บัญชาการสงครามโควิด ขอโทษประชาชนเลื่อนฉีดวัคซีน รับทำงานหลายส่วนแจงยิบขั้นตอนบริหารงานสถานการณ์-กระจายวัคซีน ชี้ศบค.เป็นศูนย์หลักย้ำต้องไม่มีทุจริต

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี เรื่องการฉีดวัคซีนที่ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ ว่า ขณะนี้ได้มีการกระจายวัคซีนไปทั่วประเทศมากกว่า 7 ล้านโดส และฉีดวัคซีนไปได้มากกว่า 6.5 ล้าน หากวัคซีนเข้ามามากกว่านี้ ก็จะสามารถฉีดให้ประชาชนได้มากกว่านี้ และตามกำหนด ซึ่งถือว่าเป็นความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในจุดบริการ พร้อมขอขอบคุณไปยังบุคลากรทางการแพทย์ จิตอาสา ในการอำนวยความสะดวกกับประชาชน ส่วนประเด็นสำคัญในการระดมฉีดวัคซีนที่จะทำให้ได้อย่างต่อเนื่อง คือการจัดสรรวัคซีน ไปยังจุดบริการทั่วประเทศอย่างทั่วถึง และพอเพียง ซึ่งได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง พร้อมยังชี้แจงกรณีการประกาศเลื่อนฉีดวัคซีน ที่อาจทำให้ประชาชนไม่พอใจ ซึ่งตนเองได้รับทราบมาโดยตลอด และพยายามแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องโดยยืนยันว่าไม่สบายใจต่อเรื่องนี้เช่นเดียวกัน และจะพยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวัน อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับปริมาณวัคซีนที่จะทยอยเข้ามา เพราะหากเร่งฉีดไปเลย แล้ววัคซีนหมดก็ต้องหยุดฉีด

สำหรับภาพรวมการฉีดวัคซีน นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไม่ได้รวบอำนาจไว้คนเดียว แต่ทำงานเป็นระบบ คือศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) ที่เป็นหน่วยงานสูงสุดและมีหน่วยงานอื่นๆ อยู่ภายใต้ ศบค. ซึ่งดูภาพรวมสถานการณ์และการฉีดวัคซีน และรับผิดชอบในการกำหนดนโยบายและการจัดสรรวัคซีนให้แต่ละจังหวัด,กระทรวงสาธารณสุข บริหารจัดการวัคซีน ที่ได้รับในแต่ละรอบ จัดส่งให้แต่ละจังหวัดตามจำนวน และจังหวัดต่างๆ ที่กำหนดว่าแต่ละโรงพยาบาล และทุกจุดฉีด จะได้รับ พร้อมจัดส่งให้เร็วที่สุด โดยต้องคำนึงถึงความต่อเนื่องและราบรื่น เพราะวัคซีนที่ได้รับเข้ามาเป็นการทยอยจัดส่ง

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังย้ำด้วยว่า สูตรการกระจายวัคซีน คือเมื่อประชุมสาธารณสุข ได้รับวัคซีน จะต้องตรวจสอบและส่งให้จังหวัดทันที ไม่มีจังหวัดไหน ที่จะไม่ได้รับในรอบถัดไป ยกเว้นจังหวัดที่ได้ครบจำนวนตามเป้าหมายแล้ว หรือบางจังหวัดที่ ศบค.พิจารณาว่ายังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งเชื่อว่า ทุกฝ่ายมีความพยายามและตั้งใจทำงานอย่างทุ่มเท เพื่อประชาชนให้ดีที่สุด แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก คือ ระยะเวลาในการจัดส่งวัคซีน และการตรวจสอบคุณภาพ ที่ไม่สามารถกำหนดวันที่ชัดเจนได้ ซึ่งภารกิจในครั้งนี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก มีผลกระทบต่อประชาชนกว่า 70 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้แต่ละหน่วยงานไปปรับปรุงเพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจกับประชาชน ในฐานะนายกรัฐมนตรีและผอ.ศบค. ถือว่าเป็นผู้ บังคับบัญชาสูงสุดในสงครามโควิดครั้งนี้ ต้องขออภัยกับปัญหาที่เกิดขึ้นและขอรับผิดชอบต่อปัญหาทั้งหมด เชื่อว่า จะได้รับวัคซีนมาอย่างต่อเนื่องและมากขึ้นเรื่อยๆ และเพียงพอต่อคนไทยทุกคน ซึ่งขณะนี้สามารถจัดสรรวัคซีนได้ 100 ล้านโดส เพียงพอต่อประชาชน 50 ล้านคนหรือ 70% ของประเทศ ภายในสิ้นปีนี้ อีกทั้งยังเตรียมการเพื่อปี 65 ด้วย ตั้งเป้า 80-90% ตลอดจนย้ำว่า ให้ปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส ต้องไม่มีการทุจริตวัคซีนโดยเด็ดขาด ซึ่งเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า จะต้องผ่านสงครามโควิดครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างแน่นอน

นายกฯ นำเรื่องแก้ปัญหาการแก้ไขหนี้สินของประชาชน เสนอ ครม. กำหนดมาตรการระยะสั้นให้เกิดขึ้นภายใน 6 เดือน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ตนได้นำเรื่องปัญหาการแก้ไขหนี้สินของประชาชนเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้รับทราบ ซึ่งได้มองเห็นถึงปัญหาประเทศของเราประชาชนยังมีหนี้จำนวนมาก มีหนี้ตั้งแต่อายุน้อย ซึ่งจะมีผลต่อทั้งชีวิตที่ได้พยามแก้ไขมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนี้นอกระบบ วันนี้ต้องเข้มงวดให้มากยิ่งขึ้น ให้ปฎิบัติตามกฏหมายทุกประการ ต้องให้ครอบคลุมการแก้ปัญหาในภาพรวมทั้งระบบให้ครอบคลุมหนี้สินกลุ่มต่างๆ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ร้อนใจมากที่สุด คือ หนี้กยศ. 3.6 ล้านคน ผู้ค้ำประกัน 2.8 ล้านคน หนี้ครู 2.8 ล้านบัญชี หนี้เช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์ 27.7 ล้านบัญชี หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล 49.9 ล้านบัญชี และปัญหาหนี้สินอื่นๆ ของประชาชน 51.2 ล้าน บัญชี

ซึ่งเราได้มีการกำหนดมาตรการต่างๆ ออกมาทั้งมาตรการระยะสั้น โดยจะทำให้เกิดขึ้นได้ภายใน 6 เดือน เช่น การลดภาระดอกเบี้ยของประชาชน สินเชื่อรายย่อย ทั้งของครู ข้าราชการ สหกรณ์ ปรับรูปแบบการชำระหนี้คุ้มครองความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่เช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์ และขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทบทวนเพดานอัตราดอกเบี้ย รวมถึงการกำกับดูแลบัตรเครดิตสินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถอีกด้วย ส่วนเรื่องการไก่ลเกลี่ยปัญหาหนี้สิน เพื่อลดการดำเนินคดีต่อประชาชน เช่น หนี้กยศ. หนี้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ หนี้สหกรณ์ และให้เพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยเอสเอ็มอี จัดให้มีซอฟท์โลน เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ การเพิ่มจำนวนโรงรับจำนำและจัดโรงรับนองเพิ่มขึ้น เพื่อดูแลผู้มีรายได้น้อยแต่มีที่ดินจำนวนจำกัดอยู่ให้เข้าถึงสินเชื่อเหล่านี้

ส่วนระยะต่อไปคือการเร่งส่งเสริมการแข่งขันให้อัตราดอกเบี้ยถูกลง การให้ความช่วยเหลือเด็กรุ่นใหม่ คนเกษียณที่มีภาระหนี้สินโดยต้องออกมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายเรื่องที่อยู่อาศัย ค่าเดินทางระบบขนส่งมวลชนในราคาถูก การจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่ เพื่อการดูแลสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อรายย่อยเป็นการเฉพาะ การจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางธุรกิจและการเงินเพื่อชะลอการฟ้อง อำนวยความสะดวกให้การฟื้นฟูนี่รายบุคคลที่มีเจ้าหนี้หลายราย สำหรับหนี้ครัวเรือนในปัจจุบันตนมีข้อมูลว่า ก่อนปี 2557 มีอัตราเพิ่มขึ้นเดือนละ 88,000 ล้านบาท และจากปี 2557 จนถึง 2564 มีการเพิ่มขึ้นเดือนละประมาณ 50,000 ล้านบาท

นายกฯ ยัน รัฐบาลมุ่งมั่นตั้งใจแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ ทุกด้าน พร้อมย้ำ เจตนารมณ์ประกาศปราบทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ตน รัฐบาล และรัฐมนตรีทุกคน มีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการร่วมกันแก้เป็นไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่ประเทศของเราและทั่วโลก ที่ยังไม่พ้นจากวิกฤต โควิด-19 ซึ่งที่ผ่านมาเราสามารถจัดการได้เป็นอย่างดี มีการวางแผนเตรียมความพร้อมทางด้านเศรษฐกิจปากท้อง ให้พ้นจากความยากจน ทุกอย่างต้องทำประกอบกันไปถ้า เราสาละวนกับโควิดอย่างเดียวก็คงไม่ได้ สิ่งสำคัญคือสุขภาพของประชาชน และการจัดเตรียมการประเทศในช่วง New Normal และสิ่งต่างๆที่จะเป็นอนาคตซึ่งต้องทำควบคู่ คู่ขนานกันไป ซึ่งถือว่าเราทำได้ดีในระดับต้นๆของโลก จึงอยากให้ทุกคนเข้าใจเรื่องดังกล่าวนี้ และยืนยันว่าเรื่องการทุจริตต่างๆ ตนได้ให้มีการตรวจสอบทุกเรื่องหากมีเรื่องใดที่เสนอเข้ามาถึงสำนักงานปลัดนายกรัฐมนตรีจะต้องมีการดำเนินการสอบสวนซึ่งหลายเรื่องเกิดมาก่อนรัฐบาลของตน แต่ได้รับการตรวจสอบในสมัยรัฐบาลตน ตามกฎหมายซึ่งตนจะละเว้นใครไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นขอยืนยันในเรื่อง เจตนารมณ์ที่เราประกาศเป็นวาระแห่งชาติเรื่องการตรวจสอบปัญหาการทุจริต ส่วนปัญหายาเสพติด ซึ่งวันนี้แนวเรื่องยาเสพติดสนใจให้แนวนโยบายใหม่เป็นไปได้หรือไม่ที่จะปรึกษาหารือกันโดยจะต้องมีการเข้าสำรวจทุกตำบลทุกหมู่บ้าน ชุมชน คนที่ติดยาเสพติดจะต้องได้รับการขึ้นทะเบียน เพื่อนำสู่การบำบัดรักษา ลดภาระของพ่อแม่พี่น้อง ซึ่งจะต้องดูว่าสามารถทำได้แค่ไหนอย่างไร ในส่วนของการขายการจำหน่ายของนายทุนจะต้องดำเนินการอย่างเข้มงวดเป็นไปตามกฎหมายทุกประการรวมไปถึงการยึดทรัพย์

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลายอย่างจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องทำไปในช่วงเวลาเดียวกันไม่ว่าการเมืองความมั่นคงเศรษฐกิจสังคมวัฒนธรรมการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูป ซึ่งทุกคนต้องเข้าใจว่าถ้าเราทำ 1 ปี สำเร็จบางคงการได้ผลสัมฤทธิ์ออกมา แต่บางโครงการต้องผูกพันต่อเนื่อง 1-2 ปี และการงบประมาณต้องเพิ่มขึ้นบางโครงการต้องใช้ถึง 5 ปี ซึ่งเป็นการนำชุดยุทธศาสตร์มาบริหารจัดการเรื่องการจัดทำแผนงานโครงการให้สอดคล้องตามระยะเวลาแล้วจะเกิดผลสัมฤทธิ์กับประชาชนมากน้อยเพียงใดซึ่งคือตัวประเมินของเรา แต่สำคัญต้องไม่มีการทุจริตอย่างเด็ดขาด ต้องมีการตรวจสอบขึ้นมา รายละเอียดของแผนการมีหรือไม่หากไม่เพียงพอก็อนุมัติให้ไม่ได้ จึงขอให้ศึกษาเรื่องดังกล่าวนี้ด้วย ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคต้องมีความระมัดระวัง เพราะช่องทางการรายงานการตรวจสอบร้องเรียนมีเยอะแยะตนไม่ได้ปิดกั้นเรื่องเหล่านี้

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube