“วิกฤตแบนเปตอง” คลี่คลาย “WPBC” ไฟเขียวเปตอง ซีเกมส์2025

ข่าว กีฬา
เมื่อปัญหาใหญ่ในวงการกีฬาไทยอย่าง “วิกฤตแบนเปตอง” ที่ทำท่าจะกลายเป็นดราม่าความอับอายบนเวทีกีฬาซีเกมส์ ได้รับการคลี่คลายลงในที่สุด หลังคณะผู้แทน 3 ประสานแห่งโอลิมปิกไทย บินลัดฟ้าไปถึงกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อต่อรองด้วย “ภาษาดอกไม้” จนสามารถง้างใจ มร.โคลด อาเซม่า ประธานสหพันธ์กีฬาเปตองและโบว์ลโลก (WPBC) ให้ไฟเขียวแก่ไทยกลับมาจัดการแข่งขันเปตองในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ได้สำเร็จ

 

เบื้องหลังของดีลครั้งนี้ เริ่มจากกรณี สมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย ถูกกล่าวหาละเมิดกฎข้อบังคับของสหพันธ์ ขณะที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ยังดื้อดึงเดินหน้าส่งนักกีฬาชุดเดิมเข้าสู่การแข่งขันซีเกมส์ ทำให้ถูก WPBC สั่งแบนเด็ดขาด และยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยให้ยุติการส่งทีมไทยร่วมซีเกมส์ทันที

 

สถานการณ์ร้อนแรงถึงขั้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ต้องเรียกประชุมด่วน พร้อมมอบหมายให้ทีมเจรจาหนักระดับชาติ ซึ่งประกอบด้วย

 

ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย

 

นายกองเอกชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย

 

พล.อ.มังกร โกสินทรเสนีย์ ประธานคณะกรรมการกลาง

 

 

การประชุมเครียดจัดขึ้นในช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา โดยฝ่ายไทยได้นำจดหมายที่ลงนามโดย ร.อ.ธรรมนัส และ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ยืนยันความพร้อมในการปรับปรุงระเบียบและไกด์ไลน์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดสหพันธ์ พร้อมทั้งขอสิทธิ์ให้นำกีฬาเปตองกลับมาจัดชิงเหรียญทองในซีเกมส์ครั้งนี้

 

ผลลัพธ์ออกมาเกินคาด เมื่อ มร.โคลด อาเซม่า ตอบรับด้วยรอยยิ้ม และประกาศชัดเจนว่า “ยินดีให้ไทยกลับมาจัดเปตองซีเกมส์อีกครั้ง” ทำให้ชื่อเสียงกีฬาลูกเหล็กไทยไม่ถูกลบหายไปจากมหกรรมกีฬาครั้งสำคัญของภูมิภาค

 

หลังความสำเร็จดังกล่าว ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ถึงกับเอ่ยด้วยความโล่งใจว่า

 

“นี่คือชัยชนะของความร่วมมือ ทุกฝ่ายช่วยกันจนสำเร็จ ต้องขอบคุณรัฐบาล โดยเฉพาะ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ที่ยืนเคียงข้างวงการกีฬา ดีใจแทนนักกีฬา ดีใจแทนคนไทยทั้งประเทศ ที่สุดท้ายเราได้ศักดิ์ศรีคืนมา”

 

 

 

ผลการเจรจาครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้นักกีฬาลูกเหล็กไทยมีโอกาสไล่ล่าเหรียญทองในซีเกมส์ปลายปี 2568 เท่านั้น แต่ยังเป็นการกู้ศรัทธาและสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนเห็นว่า “ไทยยังคงเป็นผู้นำด้านการจัดการกีฬาที่มีมาตรฐาน”

 

เสียงแห่งชัยชนะในครั้งนี้ ไม่ได้สะท้อนแค่ในสนามเปตอง แต่ดังก้องไปทั่วประเทศ เพราะนี่คือชัยชนะที่มาจากการ “เจรจาภาษาดอกไม้” จนเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสอย่างแท้จริง

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews