ศาลรธน.ยังให้ “ศักดิ์สยาม” หยุดพักงานรัฐมนตรี

การเมือง ข่าว
ศาลรัฐธรรมนูญ ยังให้ “ศักดิ์สยาม” หยุดพักงานรัฐมนตรี ปมหุ้นสื่อ หลังเจ้าตัวยื่นขอถอนคำสั่ง

 

 

 

วันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดี จำนวน 3 เรื่อง ซึ่งเป็นคดีที่สำคัญและเป็นที่สนใจ ดังนี้

 

 

1.พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562มาตรา 50 (21) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง หรือไม่ (เรื่องพิจารณาที่ 33/2565)ศาลจังหวัดปทุมธานีส่งคำโต้แย้งของจำเลย (นายกฤษฎิ์ นิลขาว) ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 597/2565 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 ว่า พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 50 (21) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง หรือไม่

 

 

ผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง กำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันพุธที่ 3 พฤษภาคม 2566 เวลา 09.30 น.

 

 

2.เรื่องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 17 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187 หรือไม่ (เรื่องพิจารณาที่ 8/2566) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 54 คน ยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร (ผู้ร้อง) ว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (ผู้ถูกร้อง) ยังคงเป็นหุ้นส่วนและยังคงเป็นผู้ถือหุ้น และเจ้าของที่แท้จริงของห้างหุ้นส่วนจำกัด

 

 

 

บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ซึ่งทำให้ผู้ถูกร้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหุ้นหรือกิจการของห้างหุ้นส่วน เป็นการกระทำอันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 187 ประกอบพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 มาตรา 4 (1) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 17 วรรคหนึ่ง (5) หรือไม่ ผู้ร้องส่งคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 17วรรคสาม ประกอบมาตรา 82

 

 

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้วมีคำสั่งรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัยและสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2566 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ต่อมาเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2566 ผู้ถูกร้องยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 10 เมษายน 2566 ขอให้เพิกถอนคำสั่ง ให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี

 

 

ผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณียังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอันเป็นเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เดิม จึงให้ยกคำร้องดังกล่าว และแจ้งให้ผู้ถูกร้องทราบ

 

 

3.กรณีนายธีระ เจียบุญหยก หัวหน้าพรรคคนงานไทย (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำร้องคัดค้านประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ให้พรรคการเมืองสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 91 วรรคสาม
(เรื่องพิจารณาที่ 13/2566) นายธีระ เจียบุญหยก หัวหน้าพรรคคนงานไทย (ผู้ร้อง) กล่าวอ้างว่า การที่ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ถูกร้องที่ 1) และนายทะเบียนพรรคการเมือง (ผู้ถูกร้องที่ 2) ออกประกาศคณะกรรมการ การเลือกตั้ง เรื่อง พรรคคนงานไทยสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ลงวันที่ 30มีนาคม พ.ศ. 2566 เนื่องจากพรรคคนงานไทยไม่สามารถดำเนินการเพิ่มจำนวนสมาชิกให้มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนภายใน 4 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียน เป็นเหตุให้พรรคคนงานไทยสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง

 

 

ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 91 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสอง ประกอบมาตรา 33วรรคหนึ่ง (1) ผู้ร้องเห็นว่า พรรคคนงานไทยจะสิ้นสภาพความเป็น พรรคการเมืองต่อเมื่อภายหลังจากที่ได้รับการจดทะเบียนพรรคการเมือง มีจำนวนสมาชิกเหลือไม่ถึงหนึ่งหมื่นคน ติดต่อกันเก้าสิบวันนับแต่วันครบกำหนดสี่ปีนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 91 วรรคหนึ่ง (2) ดังนั้น ประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง พรรคคนงานไทยสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ลงวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2566 ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 91 ขัดหรือแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญ

 

 

 

มาตรา 3 มาตรา 4 มาตรา 5 และมาตรา 45

 

ผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงเป็นกรณีที่ผู้ถูกร้องที่ 1 ออกประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องพรรคคนงานไทยสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ลงวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2566 เนื่องจากเมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง (1) พรรคคนงานไทยไม่สามารถ

 

 

ดำเนินการเพิ่มจำนวนสมาชิกให้มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนภายในสี่ปีนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเป็นเหตุให้พรรคคนงานไทยสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสองอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกร้องทั้งสองตามที่กฎหมายว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนด ซึ่งเป็นคนละเหตุกับที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่าพรรคคนงานไทยจะสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองต่อเมื่อมีจำนวนสมาชิกเหลือไม่ถึงหนึ่งหมื่นคนติดต่อกันเกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดสี่ปีนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียน อันเป็นการกล่าวอ้างเหตุ

 

 

 

ตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (2) ซึ่งเป็นกรณีที่พรรคการเมืองเคยมีจำนวนสมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนแล้ว ต่อมามีจำนวนสมาชิกลดลงเหลือไม่ถึงหนึ่งหมื่นคนติดต่อกันเกินเก้าสิบวัน ดังนั้น กรณีตามคำร้องยังไม่ปรากฏมูลกรณีว่ามีการกระทำใดของผู้ถูกร้องที่จะเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 91 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสอง โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews