ผบ.ตร. สั่งทุกหน่วยวาง 6 มาตรการเข้ม ป้องกันอาชญากรรม แก้ปัญหายาเสพติด – อาวุธปืน หากพบ ตร. เอี่ยวยาดำเนินคดีทันที
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า วานนี้ 22 ตุลาคม 2565 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประกัสร์ ผบ.ตร. มีคำสั่งด่วนที่สุด เป็นวิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา ถึง ผบช. หรือตำแหน่งเทียบเท่า และ ผบก. ในสังกัด สง.ผบ.ตร. ใจความว่า ด้วยปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาด อาจทำลายประเทศชาติโดยสร้างความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
นอกจากนี้ทั้งผู้ค้าและผู้เสพมีจำนวนเพิ่มขึ้น อาชญากรรมจากยาเสพติดก็เพิ่มขึ้นตามและมีความรุนแรง ประกอบกับมีการใช้อาวุธปืนอยู่บ่อยครั้ง สร้างความสูญเสียต่อชีวิต เพื่อป้องกันเหตุดังกล่าว จึงมีคำสั่งจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ ตร. เร่งปราบปรามความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และเครื่องกระสุนปืน ให้เกิดผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้แก่ประชาชน จึงให้ทุกหน่วยดำเนินการตามมาตรการ ของ ตร. ที่เคยสั่งการไว้โดยเคร่งครัด และกำชับการปฏิบัติ ดังนี้
1.ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ให้เพิ่มความเข้มในการปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดในพื้นที่ รวมทั้งให้มีการขยายผลและใช้มาตรการทางทรัพย์สินแบบบูรณาการทั้งยึด อายัดทรัพย์คดียาเสพติด และดำเนินคดีตามกฎหมาย ให้ดำเนินการเชิงรุก ลดการแพร่ระบาดยาเสพติดในพื้นที่อย่างจริงจัง โดยแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการแก้ปัญหาทั้งมิติในด้านการป้องกัน การจับกุม การบำบัด โดยเฉพาะในชุมชนสถานศึกษา สถานบริการและสถานประกอบการ และให้ ผบช. หรือ ผบก. สุ่มตรวจปัสสาวะของเจ้าหน้าที่ตำรวจใต้บังคับบัญชาทุกนาย ตามโครงการตำรวจสีขาว หากพบจะต้องมีการดำเนินคดีทางอาญา ทางวินัย อย่างเด็ดขาดทุกราย
2. ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน อาวุธสงคราม การป้องกัน ตรวจสอบข้อมูลประวัติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืน โดยปรับปรุง การบันทึกข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน รวมถึงดำเนินการกับกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้ วัยรุ่น กลุ่มคนที่พกอาวุธปืนติดตามผู้มีอิทธิพลรวมถึงกลุ่มแก๊งท้วงหนี้และกลุ่มเสี่ยงต่างๆ ซึ่งอาจมีพฤติกรรมที่ไม่เรียบร้อยหรือสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน ต้องสืบสวนติดตามพฤติกรรมในเชิงลึกกับกลุ่มดังกล่าว โดยให้หน่วยเฉพาะทาง เช่น บช.สอท. บช.ก. รวมถึง ศปอส. ในทุกระดับ ดำเนินการสืบสวนและปราบปราม สำหรับสถานีตำรวจที่มีร้านจำหน่ายอาวุธปืนในพื้นที่ให้มีการตรวจสอบยอดการนำเข้า ขาย หรือคงเหลือรวมถึงเครืองกระสุนปืนให้ตรงกับบัญชี
กรณีข้าราชการตำรวจที่อาวุธเป็นเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเอง ให้ตรวจสอบสถานภาพอาวุธปืนที่ตัวเองมีชื่อครอบครองทั้งหมดว่ายังอยู่ครบถ้วน สูญหาย ชำรุด หรือมีการจำหน่ายไปแล้วหรือไม่ หากพบมีพฤติกรรมในทางที่ไม่ดีหรือไม่น่าไว้วางใจ อนุญาตให้นายทะเบียนปืนพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตได้ทันทีและสืบสวนหาข่าว ติดตามพฤติการณ์ ความเคลื่อนไหว และจัดทำฐานข้อมูลบุคคล ทั้งนี้ การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และด่านตรวจดังกล่าวให้ปฏิบัติตามแนวทางที่ ตร. ส่วนการปราบปรามการค้าอาวุธข้ามชาติ ให้ บช.ก. เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก
3.การดำเนินการตามข้อ 1 และ 2 ให้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากประชาชนผู้นำชุมชน สามารถแจ้งข่าวอาชญากรรม ในการแจ้งเบาะแสผ่านศูนย์รับแจ้งเหตุ 141 หรือทางสายด่วน 1544 เพื่อตรวจสอบดำเนินการ โดยขอเน้นย้ำในการรักษาความลับและความปลอดภัยของผู้แจ้งเหตุหรือเบาะแสรวมถึงให้ดำเนินการขอเบิกจ่ายสินบนเงินรางวัลนำจับให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
4.ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ควบคุม กำกับดูแล การปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด เน้นย้ำให้ปฏิบัติตามหลักยุทธวิธีตำรวจและคู่มือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายงาน ป้องกันปราบปราม ควบคู่ไปกับมาตรการความปลอดภัยเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด
5.ให้ทุกหน่วยประสานและสนับสนุนการปฏิบัติซึ่งกันและกันอย่างใกล้ชิด กรณีที่มีการจับกุมรายสำคัญ มีของกลางเป็นจำนวนมาก หรือเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ให้จัดแถลงข่าวในพื้นที่ทันที
6. กรณีที่มีเหตุสำคัญเร่งด่วนให้ใช้ช่องทาง ศปก.ของหน่วย รายงานให้ ศปก.ตร. ทราบ เพื่อรายงาน ผบ.ตร. จตช. รอง ผบ.ตร. ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่รับผิดชอบ และ ผอ.ศปอส.ตร. (กรณีเหตุสำคัญเร่งด่วนความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน อาวุธสงครามที่กระทำความผิดผ่านระบบออนไลน์และโซเชียลมีเดียต่างๆ) ผอ.ศอ.ปส.ตร. (กรณีเหตุสำคัญเร่งด่วนความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด)เพื่อทราบและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews