ไทม์ไลน์คดี “บังซัน” ยิงอริกลางงานศพ ก่อนจบชีวิตตัวเอง

ทั่วไป ข่าว

 

เหตุสะเทือนขวัญที่วัดบึงทองหลาง กลายเป็นคดีที่สังคมติดตามอย่างใกล้ชิดจากเหตุยิงกันกลางงานศพ ก่อนผู้ก่อเหตุจะหลบหนี ไลฟ์สดและตัดสินใจใช้อาวุธปืนจบชีวิตตัวเอง

 

จุดเริ่มต้นของคดี เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 นายเกียร์ อายุ 27 ปีเจ้าของอู่รถ กลับจากดื่มสังสรรค์ในอาการมึนเมา ก่อนทำปืนลั่นใส่ “แพม” แฟนสาว จนเสียชีวิตหลังเกิดเหตุ นายเกียร์ถูกจับกุม ก่อนจะได้รับการประกันตัว ต่อมา นายเกียร์เดินทางมาร่วมงานสวดอภิธรรมของแพม เพื่อขอขมาที่วัดบึงทองหลาง

ระหว่างที่นายเกียร์นั่งอยู่ภายในศาลา “บังซัน” อายุ 23 ปี พร้อม “ตอง” แฟนสาวซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาที่งานเช่นกัน เมื่อเห็นนายเกียร์อยู่ในงานบังซันเกิดความไม่พอใจ เพราะมองว่าผู้ก่อเหตุไม่ควรได้รับการปล่อยตัว

ทั้งสองฝ่ายมีการโต้เถียงกัน โดยนายเกียร์บอกให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการกฎหมายแต่บังซันไม่ยอม ก่อนชักอาวุธปืนที่พกมายิงนายเกียร์ 5 นัด เมื่อเห็นว่ายังไม่เสียชีวิตจึงยิงซ้ำอีกครั้ง แล้วหลบหนีออกจากวัด เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้นายเกียร์เสียชีวิตและมีผู้ถูกลูกหลงบาดเจ็บอีก 2 คน

หลังเกิดเหตุ บังซันพร้อมแฟนสาวหลบหนีไปกบดานภายในห้องพักโครงการเอื้ออาทรซอยคู้บอน 27 ตำรวจจึงนำกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่

ระหว่างการปิดล้อม บังซันไลฟ์สดจากภายในห้อง ถืออาวุธปืน พูดท้าทายเจ้าหน้าที่และยิงปืนออกมาเป็นระยะ ทำให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลนำกำลังพร้อมหน่วยอินทราชกว่า 100 นาย เข้าควบคุมสถานการณ์

แม้ตำรวจจะพยายามเกลี้ยกล่อมผ่านการเจรจา รวมถึงสื่อสารผ่านแชทในไลฟ์สดแต่บังซันยังไม่ยอมออกมามอบตัว

เข้าสู่วันที่ 2 สิงหาคม เวลาประมาณเที่ยงคืน บังซันยังคงไลฟ์สด มีอาการตัวสั่น พูดติดขัดขณะที่แฟนสาวอยู่ภายในห้องด้วย ต่อมาบังซันพิมพ์ข้อความในไลฟ์ว่า “ขอจบตัวเองไม่อยากให้แม่ต้องมาส่งข่าวที่คุก”

กระทั่งเวลาประมาณ 02.30 น. ระหว่างที่ตำรวจยังพยายามเจรจา ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัดเจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและช่วยแฟนสาวออกมาได้ ส่วนบังซันถูกพบมีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะยังมีชีพจร ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา

ตำรวจระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่าบังซันใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเพื่อหลบหนีความผิดส่วนชนวนเหตุเกิดจากความโกรธแค้นส่วนตัว หลังแฟนสาวของบังซันเป็นเพื่อนสนิทกับแพมผู้เสียชีวิต ทำให้ตัดสินใจพกอาวุธไปก่อเหตุที่วัด ก่อนจบชีวิตตัวเองในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดคือไทม์ไลน์ของคดีสะเทือนขวัญที่เริ่มจากเหตุยิงกันภายในงานศพ ก่อนจบลงด้วยการเสียชีวิตของทั้งผู้ถูกยิงและผู้ก่อเหตุขณะที่ตำรวจยังคงสรุปสำนวนและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่