“พริษฐ์”ซัดรัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ ฟังไม่ขึ้นอ้างติดภารกิจ จับตาศาลชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน หากขัด รธน. รัฐบาลต้องรับผิดชอบทางการเมือง
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยถึงวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์นี้ว่า ฝ่ายค้านจะเป็นผู้ตั้งกระทู้สดทั้ง 3 กระทู้ หลังสัปดาห์ก่อนกระทรวงยุติธรรมไม่ได้ส่งรัฐมนตรีมาตอบกระทู้สดเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ที่ฝ่ายค้านเป็นผู้ตั้งคำถาม โดยรัฐมนตรีทุกคนมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญต้องรับผิดชอบต่อรัฐสภา การอ้างว่าติดภารกิจจนไม่สามารถมาตอบกระทู้สดได้เป็นเหตุผลที่รับฟังได้ยาก เนื่องจากกำหนดการประชุมและช่วงเวลาตั้งกระทู้สดเป็นที่ทราบล่วงหน้าอยู่แล้ว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุที่รัฐมนตรีหลายคนไม่ให้ความสำคัญกับการตอบกระทู้ อาจเป็นเพราะนายกรัฐมนตรีเองไม่เคยมาตอบกระทู้สดในสภา จึงควรแสดงตัวอย่างด้วยการเข้ามารับผิดชอบต่อรัฐสภาเช่นกัน
สำหรับกระทู้สดทั้ง 3 กระทู้ของฝ่ายค้าน นายพริษฐ์ ระบุว่า จะเปิดเผยรายละเอียดในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี เนื่องจากต้องรอความคืบหน้าของวาระการประชุมและสถานการณ์ทางการเมือง แต่ยืนยันว่าเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของประชาชน
นายพริษฐ์ ยังแสดงความเสียดายที่ยังไม่มีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256/1 โดยเห็นว่าประธานรัฐสภาควรเรียกประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อหารือวาระอื่นที่ยังค้างการพิจารณา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การไม่เร่งนัดประชุมอาจเกี่ยวข้องกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 236 ที่พรรคประชาชนเสนอ ซึ่งเป็นการตัดอำนาจประธานรัฐสภาในการปัดตกคำร้องตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เร่งตัดสินใจว่าจะส่งหรือปัดตกคำร้องของฝ่ายค้านและสมาชิกวุฒิสภาบางส่วน ที่ขอให้ศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระกรณีการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ โดยเห็นว่าควรมีความชัดเจนภายในสมัยประชุมนี้
ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัยคำร้องเกี่ยวกับพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินวงเงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท นายพริษฐ์ระบุว่า หากศาลวินิจฉัยว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ พ.ร.ก.จะต้องเข้าสู่การพิจารณาของสภา ซึ่งพรรคประชาชนยืนยันจุดยืนไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะวงเงิน 200,000 ล้านบาทสำหรับโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพราะเห็นว่าสามารถดำเนินการผ่านงบประมาณรายจ่ายปกติที่รัฐสภาตรวจสอบได้
อย่างไรก็ตาม หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ นายพริษฐ์เห็นว่ารัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบทั้งในด้านการบริหารจัดการเงินกู้ และความรับผิดชอบทางการเมืองในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แม้จะไม่มีบรรทัดฐานในอดีตที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในลักษณะนี้ก็ตาม พร้อมกันนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า การนำโครงการที่สามารถใช้งบประมาณปกติได้ไปไว้ใน พ.ร.ก.กู้เงิน เป็นการลดทอนกลไกการตรวจสอบของรัฐสภา และทำให้ฝ่ายบริหารเป็นผู้กำหนด กลั่นกรอง และอนุมัติโครงการด้วยตนเอง จึงไม่สอดคล้องกับหลักการตรวจสอบถ่วงดุลในระบอบรัฐสภา
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews