แม้สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมาจะเริ่มคลี่คลายลงจากเหตุเผชิญหน้าระหว่างกำลังทหารของทั้งสองฝ่ายในบางพื้นที่ และยังไม่มีเหตุปะทะรุนแรงเพิ่มเติม แต่ประเด็นดังกล่าวยังคงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังฝั่งกัมพูชายังคงมีความเคลื่อนไหวออกมาอย่างต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ ระหว่างการประชุม ASEAN Future Forum ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนามได้มีภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และฮุนมาเนตได้มีภาพการจับมือกัน ซึ่งภาพดังกล่าวได้รับความสนใจจากสื่อทั้งสองประเทศ
อย่างไรก็ตาม ภายหลังฝ่ายไทยได้ออกมาชี้แจงว่า เป็นเพียงการพบปะและทักทายตามมารยาทในเวทีระหว่างประเทศเท่านั้น และไม่มีการประชุมหรือหารืออย่างเป็นทางการระหว่างไทยและกัมพูชาเกี่ยวกับประเด็นชายแดนแต่อย่างใด
แต่หลังจากนั้นไม่นาน สมเด็จฮุน เซน ก็ออกมาเคลื่อนไหวท่าทีเกี่ยวกับปัญหาชายแดน โดยระหว่างลงพื้นที่พบผู้พลัดถิ่นในจังหวัดบันเตียเมียนเจย ได้กล่าวขอโทษประชาชนต่อสิ่งที่เรียกว่า “ความล้มเหลวในการเตรียมความพร้อมด้านการทหาร” พร้อมกล่าวว่า ที่ผ่านมาไว้วางใจประเทศไทยมากเกินไป
จนไม่ได้เร่งเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพอย่างเพียงพอ
ฮุน เซน ยังระบุด้วยว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของตนเอง ไม่ใช่ความผิดของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต พร้อมยืนยันจุดยืนว่า กัมพูชา จะเดินหน้าทวงคืนดินแดนที่มองว่า เป็นของตนเอง ผ่านแนวทางสันติและการเจรจา แต่หากจำเป็นก็พร้อมดำเนินการในแนวทางอื่นเช่นกัน
ล่าสุด เช้าวันนี้ 10 มิถุนายน 2569 ฮุน เซน ได้ไลฟ์สดพร้อมเผยแพร่ข้อความ โดยระบุว่า สื่อไทยบางแห่งได้นำเสนอหรืออ้างคำพูดของตนเกี่ยวกับปัญหา
ชายแดนไทย-กัมพูชาคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง พร้อมปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว และยืนยันจุดยืนของกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาชายแดนอีกครั้ง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่มีรายงาน เกี่ยวกับการส่งมอบรถถัง T-59D จากจีนให้กับกัมพูชา จำนวน 39 คัน ซึ่งเป็นล็อตแรกจากทั้งหมด 93 คัน ตามโครงการความร่วมมือ ทางทหารระหว่างสองประเทศ
โดยฝ่ายจีนได้ชี้แจงว่า การส่งมอบดังกล่าวเป็นไปตามสัญญาและข้อตกลงเดิม ที่มีอยู่ก่อนเกิดสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบันแต่อย่างใด
ทางด้าน “บิ๊กดุลย์” ก็ได้แจงเช่นกันว่า ประเด็นรถถังดังกล่าว เป็นดีลเก่า ใช้ซ้อมรบ ยันว่า การข่าวไม่พบนำมาชายแดน ออกเตือน “ฮุนเซน” จะใช้กำลังต้องคิดให้ดี
อย่างไรก็ตาม การที่ฮุน เซน ออกมาเคลื่อนไหวและกล่าวถึงประเด็นชายแดนอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายฝ่ายยังคงจับตาว่า จะเป็นเพียงการสื่อสารต่อประชาชนภายในประเทศหรือเป็นการส่งสัญญาณต่อสถานการณ์ชายแดนที่ยังคงเปราะบางอยู่ในขณะนี้
ขณะที่ฝั่งไทยยังคงยืนยันการใช้กลไกการเจรจาและความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ในการดูแลสถานการณ์
ฉะนั้น จากนี้คงต้องติดตามต่อไปว่า ความเคลื่อนไหวจากฝั่งกัมพูชาจะส่งผลต่อทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอย่างไรในระยะต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews