“พริษฐ์”ท้า “อนุทิน” รับผิดชอบ ร่างแก้ รธน.ถูกประชาชนคว่ำ

การเมือง ข่าว
“พริษฐ์”หวัง กกต. ส่งคดีฮั้ว สว. ถึงศาล ชี้หลักฐานแน่นหนาแล้ว พร้อมท้า “อนุทิน” รับผิดชอบ หากร่างแก้ รธน. ถูกประชาชนคว่ำ ขณะ จ่อยื่นรายชื่อประธานสภาฯ สัปดาห์หน้า คดี “ศักดิ์สยาม” ซุกหุ้น ส่งศาลฎีกา

 

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีสมาชิกวุฒิสภา 89 คน ออกมาแถลงปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่อง “ระบอบสีน้ำเงิน” โดยเรียกร้องให้สังคมจับตาความคืบหน้าคดีฮั้วเลือก สว. ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยนายพริษฐ์ ระบุว่า ภายในอีกประมาณ 1 เดือนข้างหน้า จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ กกต. ต้องตัดสินใจว่าจะมีมติส่งคดีไปยังศาลตามข้อเสนอของคณะไต่สวนชุดที่ 26 หรือจะยกคำร้อง ซึ่งจะทำให้คดีไม่เข้าสู่การพิจารณาของศาล โดยในสำนวนดังกล่าวมีผู้ถูกกล่าวหาถึง 229 คน ประกอบด้วย สว. กว่า 130 คน และเครือข่ายทางการเมืองอีกกว่า 90 คน ที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. ปี 2567

 

นายพริษฐ์ ยืนยันว่า หลักฐานที่อยู่ในมือ กกต. “หนักแน่นเพียงพอ” ต่อการส่งเรื่องให้ศาลวินิจฉัย ทั้งรูปแบบการลงคะแนนที่มีลักษณะเลือกชุดเดียวกันจำนวนมากอย่างผิดธรรมชาติ ข้อมูลการรวมตัว การเดินทาง เส้นทางการเงิน รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการว่าจ้างให้ลงคะแนนตามโพย ซึ่งหากคำนวณตามหลักสถิติและคณิตศาสตร์แล้ว “แทบเป็นไปไม่ได้” ที่จะเกิดขึ้นโดยไม่มีการฮั้ว

 

นอกจากนี้ ยังยกตัวอย่างคดีเมื่อปีก่อนที่ กกต. เคยส่งเรื่องให้ศาลจากหลักฐานเพียงข้อความไลน์ไม่กี่ข้อความเกี่ยวกับการแลกคะแนนเสียงระหว่างบุคคล 2 คน จนนำไปสู่คำพิพากษาว่ามีความผิด ดังนั้น หากกรณีดังกล่าวยังถือว่าเป็นหลักฐานเพียงพอ พริษฐ์จึงตั้งคำถามว่า เหตุใดคดีฮั้ว สว. ที่มีข้อมูลจำนวนมากกว่า จึงอาจไม่ถูกส่งต่อไปยังศาล พร้อมกันนี้ นายพริษฐ์ ยังเตือนว่า หากท้ายที่สุด กกต. มีมติ “ไม่ส่งเรื่อง” อาจทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยต่อความเป็นอิสระขององค์กร เพราะ กกต. 4 ใน 7 คน ได้รับการรับรองจากวุฒิสภาชุดปัจจุบัน ซึ่งมีชื่ออยู่ในสำนวนคดีดังกล่าวด้วย

ในอีกประเด็นหนึ่ง นายพริษฐ์ เปิดเผยว่า พรรคฝ่ายค้านเตรียมรวบรวมรายชื่อยื่นต่อประธานรัฐสภาในสัปดาห์หน้า เพื่อส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา ขอให้ตั้งคณะไต่สวนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีมีมติยกคำร้องคดีซุกหุ้นของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ

 

โดยระบุว่า จากการตรวจสอบแถลงการณ์ของ ป.ป.ช. ไม่พบรายละเอียดเกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมการไต่สวน หรือกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยให้นายศักดิ์สยามพ้นจากตำแหน่งมาแล้วจากข้อเท็จจริงชุดเดียวกัน จึงตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใด ป.ป.ช. จึงไม่แม้แต่จะเปิดไต่สวนอย่างเป็นทางการ

 

สำหรับประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายพริษฐ์ มองว่า “21 ล้านเสียง” จากการลงประชามติที่ประชาชนเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือแรงผลักดันสำคัญที่จะพาประเทศออกจาก “ระบอบสีน้ำเงิน” และโครงสร้างทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยเชื่อว่าเสียงของประชาชนจะมีผลทั้งในสภาและในกระบวนการประชามติรอบต่อไป

 

นายพริษฐ์ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเสนอแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมองว่าร่างดังกล่าวสุ่มเสี่ยงต่อการ “ผูกขาดอำนาจ” และเปิดทางให้วุฒิสภามีอำนาจชี้ขาดมากเกินไป พร้อมตั้งคำถามไปยัง อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยว่า หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคผ่านรัฐสภา แต่สุดท้ายถูกประชาชนลงประชามติ “ไม่เห็นชอบ” จะมีการแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองหรือไม่

 

โดยยกตัวอย่างกรณีประเทศอังกฤษ ที่นายกรัฐมนตรีลาออกหลังผลประชามติ Brexit ออกสวนทางกับจุดยืนของรัฐบาล พร้อมย้ำว่า หากพรรคภูมิใจไทยเลือกใช้เสียงข้างมากในรัฐสภาเพื่อผลักดันร่างของตัวเองโดยไม่รับฟังเสียงประชาชน พรรคฝ่ายค้านก็ยากที่จะสนับสนุน

ท้ายที่สุด นายพริษฐ์ เปิดเผยว่า พรรคประชาชนเตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใน 1-2 วันนี้ และคาดหวังว่าสมาชิกรัฐสภาจะพิจารณาจาก “เนื้อหาสาระ” ของร่างกฎหมาย ไม่ใช่อารมณ์ทางการเมืองหรือความขัดแย้งส่วนบุคคล พร้อมย้ำว่าประชาชนคือผู้กำหนดทิศทางอนาคตของประเทศ ไม่ใช่กลุ่มอำนาจใดกลุ่มอำนาจหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่