“ณัฐพงษ์” เมินสว.ขู่คว่ำแก้ รธน.-รับโหวต”อนุทิน”ทำการเมืองเปลี่ยนไป

การเมือง ข่าว

 

“ณัฐพงษ์” เมิน สว.ขู่คว่ำร่างแก้ รธน. ยันโพสต์ “ระบอบสีน้ำเงิน” ไม่ได้บ่อนทำลาย ยอมรับอดีตโหวต “อนุทิน” ทำการเมืองเปลี่ยนไป

 

 

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) นัดรวมตัวแถลงตอบโต้กรณีถูกพาดพิงเรื่องระบอบสีน้ำเงิน พร้อมขีดเส้นตายให้พรรคประชาชนขอโทษภายใน 3 วัน โดยระบุว่า ตนเองยังไม่ได้ดูรายละเอียด แต่ขอยืนยันว่า การโพสต์ข้อความดังกล่าวไม่ได้ระบุตัวบุคคล และทำไปด้วยเจตนาบริสุทธิ์เพื่อตั้งข้อสังเกตแทนสังคมที่กำลังสงสัยเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของรัฐสภา

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า การสื่อสารเรื่องระบอบสีน้ำเงินเป็นไปเพื่อให้สังคมเห็นถึงปัญหาของระบอบการเมืองที่สุ่มเสี่ยงต่อการผูกขาดอำนาจ โดยมีข้อกังขาว่ากลุ่มก้อนการเมืองของพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร มีอำนาจเหนือวุฒิสภาที่มีหน้าที่เลือกองค์กรอิสระหรือไม่ เพราะการผูกขาดเช่นนี้ส่งผลให้ระบบตรวจสอบถ่วงดุลล้มเหลวและดัชนีคอร์รัปชันเติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจ หาก สว. ต้องการยกระดับความโปร่งใส ก็ควรเปิดกว้างรับฟังแนวทางการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ส่วนกรณีที่ สว. ยืนยันจะคงหลักการใช้เสียง สว. 1 ใน 3 ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และขู่ว่าจะคว่ำร่างหากไม่มีการปรับแก้นั้น นายณัฐพงษ์มองว่าทุกฝ่ายมีสิทธิเสนอร่างของตนเอง แต่กระบวนการสุดท้ายต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาและนำไปถกเถียงในชั้นกรรมาธิการ หาก สว. ยอมรับมติในชั้นกรรมาธิการได้ จะเป็นการแสดงความจริงใจว่าไม่ได้ต้องการรักษาอำนาจหรือสิทธิพิเศษของตนเองไว้

เมื่อถูกตั้งคำถามว่า พรรคประชาชนถูกวิจารณ์ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดระบอบสีน้ำเงิน จากการทำบันทึกข้อตกลง (MOA) และโหวตสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในอดีต นายณัฐพงษ์ยอมรับว่า การตัดสินใจทางการเมืองในอดีตส่งผลต่อสถานการณ์ปัจจุบันจริง แต่ระบอบสีน้ำเงินนั้นใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งพรรคภูมิใจไทยอาจเป็นเพียงด่านหน้าหรือตัวแทนภายใต้โครงสร้างกติกาของรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และองค์กรอิสระที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน คอยทำลายรัฐบาลที่มาจากสายการเลือกตั้ง

“เรายอมรับว่าการตัดสินใจที่ผ่านมาส่งผลถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน แต่อยากเชิญชวนทุกคนมองไปข้างหน้า หน้าที่ของพรรคประชาชนคือยืนในจุดเดิมและพร้อมจะรณรงค์สื่อสารกับประชาชนว่า ทางออกของประเทศนี้คือการทำให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ผ่านการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”

สำหรับท่าทีต่อการเปิดไทม์ไลน์แก้รัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย นายณัฐพงษ์มองว่าการทำให้เสร็จอย่างรวดเร็วไม่ใช่ทางออก แต่การได้ร่างกฎหมายที่ดีและยึดโยงกับประชาชนต่างหากคือคำตอบ ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน ว่าได้รับการติดต่อขอเสียงสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจากทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งพรรคประชาชนยืนยันพร้อมโหวตสนับสนุนทุกร่าง ตราบใดที่มีเนื้อหาไม่ขัดต่อ 3 หลักการสำคัญของพรรค

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่