“จุลพันธ์”ชี้ หน้าที่ กกต.แจงเปลี่ยนรูปแบบบัตรเลือกตั้งใหม่คันนายาว ย้ำไม่ใช่อำนาจเพื่อไทยตัดสินถูก–ผิด พร้อมยืนยันไม่มีนัดคุยแกนนำพรรคร่วมถกโควตา รมต.ไม่มีคุยพลิกขั้วไฟจราจร
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งใหม่ เขตคันนายาว เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ต้องออกมาชี้แจงต่อสังคม โดยการเปลี่ยนรูปแบบบัตรเลือกตั้งยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยต่อการดำเนินการในครั้งก่อน ว่ามีความถูกต้อง ชอบธรรม และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยไม่มีอำนาจที่จะไปชี้ขาดว่าการดำเนินการของ กกต. ถูกต้องหรือไม่เพราะเป็นหน้าที่ขององค์กรอิสระโดยตรง
ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้ส่งข้อสงสัยไปยัง กกต. ผ่านช่องทางที่เป็นทางการ รวมถึงการสื่อสารผ่านสื่อมวลชน โดยย้ำว่าการจัดการเลือกตั้งต้องเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม และถูกต้องตามกรอบกฎหมายเนื่องจากประชาชนเสียสละเวลาออกมาใช้สิทธิ์ และทุกฝ่ายต้องการเห็นประเทศเดินหน้าได้โดยไม่มีข้อกังขาหรือข้อท้วงติงตามมา

“กกต. ต้องเป็นผู้ให้คำตอบกับสังคมอย่างชัดเจน การเปลี่ยนรูปแบบบัตรเลือกตั้งถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้เกิดคำถาม และต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ”
ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยเคยติดตามประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง และพบว่าการเลือกตั้งใหม่ มีการเปลี่ยนรูปแบบบัตรเลือกตั้งชัดเจน จะมีการยื่นเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป ต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายของพรรคก่อน
นอกจากนี้ นายจุลพันธ์ ยังชี้แจงถึงกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยมีการนัดหารือกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเรื่องการแบ่งโควตารัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ โดยยืนยันว่า ไม่มีการนัดหมายดังกล่าว หลังจากการพบปะพูดคุยกันครั้งก่อน ซึ่งในช่วงนั้นตนเองป่วย และมีแกนนำพรรคเพื่อไทยบางส่วนเข้าร่วมพูดคุยตามนัดหมายที่มีอยู่แล้ว หลังจากนั้นก็ยังไม่มีการประสานหรือหารือกันเพิ่มเติม

สำหรับกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยสนใจดูแลกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมถึงกระทรวงอื่น ๆ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุย
ลงรายละเอียดเรื่องโควตากระทรวงใด ๆ ข่าวที่ออกมาเป็นเพียงกระแสตามหน้าสื่อเท่านั้น
ส่วนประเด็นเสถียรภาพรัฐบาล 300 เสียง นายจุลพันธ์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้ไปวิเคราะห์ตัวเลขดังกล่าว เนื่องจากเป็นเรื่องของพรรคที่ได้เสียงอันดับหนึ่งในการรวมเสียงข้างมากในสภา ซึ่งจากการพูดคุยเบื้องต้นเชื่อว่าเสียงเกินกึ่งหนึ่งแน่นอน แต่จะมีจำนวนเท่าใดเป็นสิทธิและอำนาจของพรรคแกนนำในการพิจารณา พรรคเพื่อไทยไม่ขอก้าวก่าย

นายจุลพันธ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการตั้งรัฐบาล “ไฟจราจร” โดยรวมพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และพรรคกล้าธรรม เพื่อให้พรรคภูมิใจไทยไปเป็นฝ่ายค้าน ว่า พรรคเพื่อไทย
ไม่มีการพูดคุยในประเด็นดังกล่าว และยืนยันในหลักการประชาธิปไตยว่า พรรคที่ได้คะแนนเสียงสูงสุดควรเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน
พร้อมกันนี้ นายจุลพันธ์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทย ยังคงทำหน้าที่ตรวจสอบการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง โดยมีการส่งเรื่องร้องเรียนกว่า 200 เรื่อง และยื่นผ่าน กกต.แล้วมากกว่า 100 เรื่อง
เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ โปร่งใส และยุติธรรม พร้อมเรียกร้องให้ กกต. ออกมาชี้แจงข้อสงสัยและข้อกังวลของสังคมอย่างตรงไปตรงมา
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews