“ราเกซ” รักษาตัวรพ.ตร.จริงหลังได้รับอภัยโทษ แต่ไม่ได้แอดมิด

อาชญากรรม ข่าว
โฆษก รพ.ตร. ยอมรับ ราเกซ สักเสนา เข้ารับรักษาตัวจริง โดยไปกลับแต่ไม่ได้นอนที่ รพ. ล่าสุดวันนี้ มารักษาตัวอีกครั้งด้วยอาการลิ้นหัวใจรั่ว ขณะเจ้าตัวสมัครใจกลับประเทศอินเดีย ขณะญาติห่วงอาการป่วยระหว่างเดินทาง

 

 

พ.ต.อ. หญิงศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยกรณีของราเกซ สักเสนา อายุ 72 ปีสัญชาติอินเดีย ผู้ต้องขังในคดียักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ ( BBC ) ที่ได้รับการอภัยโทษและปล่อยตัวเมื่อวันที่ 9 ก.ย.67 และมีข่าวว่าได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยยืนยันว่า นายราเกซ สักเสนา ไม่ได้มีการมานอนรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ

 

 

 

ตามที่มีกระแสข่าว แต่ยอมรับว่า นายราเกซฯ ถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนำตัวมาพบแพทย์และตรวจดูอาการที่ห้องฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา ด้วยอาการคลื่นไส้ หายใจไม่สะดวก โดยตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้นำนายราเกซฯ นั่งรถเข็นมาที่ห้องฉุกเฉิน เพื่อตรวจร่างกาย โดยทีมแพทย์ได้ให้ยารักษา จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวกลับไปรักษาตัวต่อ ที่ห้องกัก ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.สวนพลู)

 

 

ล่าสุด วันนี้ (11กันยายน) ทาง ตม.ได้นำตัวนายราเกซ สักเสนา ส่งกลับมารักษาตัวซ้ำอีกครั้งด้วยอาการเดิมที่ห้องอายุรกรรมเฉพาะทาง บริเวณชั้น3 รพ.ตำรวจ โดยทางแพทย์ใหญ่ ได้ตรวจสอบแล้วยืนยันว่า นายราเกซฯ ไม่ได้มานอนแอดมิดที่โรงพยาบาลอย่างแน่นอน

 

 

 

ด้าน พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเสร รองผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง1 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในฐานะ รองโฆษกสำนักงานตรวจคเข้าเมือง เปิดเผยว่า สำหรับ นายราเกซ สักเสนา อายุ 72ปี ได้ได้รับโทษมาแล้ว13ปี และได้รับการอภัยโทษ เนื่องจากเป็นนักโทษชั้นดี เมื่อวันที่9กันยายนที่ผ่านมา โดยขั้นตอนทางตำรวจ ปอศ. ไปรับตัว เนื่องจากแม้ว่า นายราเกซฯ เป็นอิสระแล้วก็ตาม แต่ยังถือเป็นบุคคลต้องห้าม เนื่องจากนายราเกซฯ มีสัญชาติอินเดีย ซึ่งการเข้ามาประเทศไทย นายราเกซฯต้องใช้หนังสือเดินทางและวีซ่า ซึ่งการถูกดำเนินคดีและรับโทษในไทยเป็นเวลานานจึงขาดอายุความ

 

 

 

ดังนั้นจึงถือว่า นายราเกซฯ เป็นบุคคลต่างชาติที่ไม่มีเอกสารเข้าประเทศ ดังนั้นเมื่อ ปอศ. นำตัวส่งให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองก็จะต้องอยู่ในความดูแลของ ตม. เพื่อดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศตามขั้นตอน แต่ระหว่างเป็นผู้ต้องกัก ทาง นายราเกซฯ สามารถขอความเป็นธรรมโดยการยื่นประกันตัว แต่ขึ้นอยู่กับสำนักงานตรวคนเข้าเมืองว่าจะให้ประกันหรือไม่ เพราะคดีมีอัตราโทษสูง อีกทั้งหากนายราเกซฯ มีอาการเจ็บป่วยก็สามารถใช้สิทธิ์ตามหลักสิทธิมนุษยชนที่จะเข้ารับการักษาในโรงพยาบาลได้

 

 

 

อย่างไรก็ตาม ในอดีตนายราเกซฯ มีประวัติการรักษาตัว ที่ รพ.ทรวงอก ด้วยอาการลิ้นหัวใจรั่ว เมื่อครั้งที่เป็นผู้ต้องขังในเรือนจำ ดังนั้นจึงทำให้นายราเกซฯ ยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางได้ทันที เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากปัญหาเรื่องสุขภาพ ดังนั้นทาง ตม. จะต้องประสานกับสถานทูตอินเดียประจำประเทศไทย เรื่องการส่งตัวนายราเกซฯกลับประเทศอินเดีย

 

 

 

โดยมีรายงานว่า นายราเกซฯ ยินดีกลับประเทศต้นทางด้วยความสมัครใจ แต่ญาติมีความห่วงใยเนื่องจากอายุมากและเจ็บป่วย ต้องนั่งรถเข็นและต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตรายระหว่างการเดินทาง

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews