fbpx
Home
|
อาชญากรรม

“แอมมี่”โพสต์FBรับลงมือก่อเหตุหน้าเรือนจำฯจริง

Featured Image
“แอมมี่thebottomblues” โพสต์ FB ยอมรับลงมือก่อเหตุหน้าเรือนจำฯ จริง ขอรับผิดชอบคนเดียว ยันไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเคลื่อนไหวการเมือง

นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ แอมมี่thebottomblues  โพสต์ FB ยอมรับลงมือก่อเหตุหน้าเรือนจำฯ จริง ขอรับผิดชอบคนเดียว ยันไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเคลื่อนไหวการเมือง ศิลปินชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเพจ The Bottom Blues

 

ระบุว่าการกระทำการ เผาในครั้งนี้เป็นฝีมือของผมและผมขอรับผิดชอบไว้แต่เพียงผู้เดียว และ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเคลื่อนไหว หรือ การเรียกร้องใด ๆ

เหตุผลของผมนั้นเข้าใจง่ายมากเล่าไปถึงตอนผมโดนจับไปวันที่ 13 ตุลา ปีที่แล้ว เพนกวินคือคนแรกที่โทรหาผมบนรถห้องขัง และ ประกาศรวมพลมวลชนทันที แต่กลับกันในครั้งนี้กวิน และ พี่น้องของผมต้องติดอยู่ในคุกนานกว่า 20 วันแล้ว แต่ผมไม่สามารถที่จะช่วยเหลือพวกเค้าได้เลย ผมรู้สึกละอายและผิดหวังในตัวเอง

การเผาในครั้งนี้ ผมยอมรับว่าเป็นความคิดที่โง่เขลา และทำให้ตนเองต้องตกอยู่ในอันตราย แต่ความหมายที่ซ่อนอยู่ในการเผาครั้งนี้มีอยู่มากมาย เป็นสัญลักษณ์ง่าย ๆ ที่หวังว่า ทุกคนเข้าใจและจะมองเห็นมัน หวังว่าจะได้พบกันใหม่

 

ขณะที่ บรรยากาศที่ศาลอาญารัชดา ล่าสุด ภายหลังมีกระแสข่าว ว่า ทางพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เตรียมควบคุมตัว นายไชยอมร ผู้ต้องหาตาม หมายจับของศาลอาญาในความผิดฐาน “ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น และความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์

ทางนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ สังกัดนครบาล เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า การฝากขังครั้งนี้ จะไม่มีการนำตัว นายไชยอมร มาที่ศาลอาญา แต่อย่างใด แต่พนักงานสอบสวน จะนำสำนวนคำร้องขออำนาจศาลฝากขัง ผลัดแรก เป็นเวลา 12 วัน เพื่อมายื่นต่อศาล เพื่อให้ศาลพิจารณาว่าจะรับฝากขังหรือไม่

หากศาลพิจารณาแล้วอนุญาตตามคำร้องของของพนักงานสอบสวน รับฝากขังผู้ต้องหาตามหมายจับ ตำรวจจะควบคุมตัว นายไชยอมร จากโรงพยาบาลตำรวจ ไปส่งที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ตามคำสั่งศาล ซึ่งขณะนี้ทางมารดาของศิลปินชื่อดัง อยู่ระหว่างการยื่นขอประกันตัว

 

 

 

 

ยื่นฝากขัง “แอมมี่” ผ่านระบบวิดีโอคอนฯ ตร.แจ้งข้อหาหนัก พร้อมค้านประกันตัว หวั่นชุมนุมสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง – มารดามาศาลยื่นประกัน

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ยื่นคำร้องฝากขัง นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ อายุ 31 ปี ศิลปินแนวร่วมกลุ่มราษฎร ผู้ต้องหาคดีเผาด้านหน้าเรือนจำฯ โดยเป็นการฝากขังผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ซึ่งยื่นขอฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน นับแต่วันที่ 3-14 มี.ค. 2564 เนื่องจากต้องสอบพยานอีก 10 ปาก, รอผลการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือ และประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร, รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลางในคดี และรอผลการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหา

โดยในคำร้องฝากขัง พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ได้แจ้งข้อหากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์, ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 112, 217, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 (3) ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ได้ขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูง หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไป เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดีในภายหลัง ประกอบกับผู้ต้องหามีพฤติการณ์ในการเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความวุ่นวายในบ้านเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 16.10 น. มารดาของแอมมี่ได้เดินทางมาที่ศาลอาญาเพื่อเตรียมยื่นคำร้องประกันตัวแอมมี่ โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใด ๆ

แอมมี่thebottomblues 

 

 

ผบ.ตร. จับตาม็อบ ยัน ไล่ดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง พร้อมปรับเกณฑ์อายุตำรวจ คฝ. หวั่นซ้ำร้อยร.ต.อ.เสียชีวิตคาม็อบ

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยหลังประชุมเตรียมความพร้อมและวางมาตรการรับมือการชุมนุมในวันที่ 6 มี.ค.ว่า ที่ผ่านมากลุ่มผู้ชุมนุมมีลักษณะชุมนุมแบบกระจายตัว จึงทำให้ตำรวจต้องปรับแผนเพื่อเตรียมรับมือ ส่วนตำรวจจะใช้กำลังเท่าไหร่นั้น ต้องพิจารณาจากกลุ่มผู้ชุมนุม ส่วนการชุมนุมวันที่ 6 มี.ค. นี้ พบว่าผู้ชุมนุมบางกลุ่มยังไม่มีข้อสรุป ดังนั้นตำรวจจึงติดตามและประเมิมตามสถานการณ์

ขณะที่ มาตรการรับมือหากกลุ่มผู้ชุมนุมก่อเหตุเผาลำลายสถานที่สำคัญ,ทำลายทรัพย์สินส่วนราชการ หรือแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจ
ก็จะไล่ดำเนินคดีให้ครบทุกราย ยืนว่าการจับกุมดำเนินคดีไม่ใช่ทางออกของการแก้ไขปัญหา

สำหรับ กรณีที่ตำรวจถูกตั้งข้อสงสัย ว่าการจับกุมแกนนำและไม่ให้ประกันตัวนั้น ยืนยันว่าในชั้นพนักงานสอบสวนตำรวจไม่ให้ประกันตัวอยู่แล้ว และความผิดเกิดขึ้นในเฉพาะบุคคล ส่วนการจะได้รับการประกันตัวหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับอำนาจและดุลยพินิจของศาล โดยตำรวจไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้ ยืนยันตำรวจทำตามหน้าที่ไม่ได้กลั่นแกล้ง

ส่วนกรณีที่มี ร้อยตำรวจเอก เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ในการชุม เมื่อวันที่ 28 ก.พ.นั้น ได้สั่งการให้ปรับมาตรการคัดกรองโรคกลุ่มเสี่ยงสำหรับผู้ที่จะมาทำหน้าที่ควบคุมฝูงชน จากเดิมที่กำหนดเกณฑ์ อายุ 50 ปี ขึ้นไป ปรับลดเหลือ 45 ปี ขึ้นไป พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชาให้เข้มงวดเรื่องตรวจสุขภาพของผู้ใต้บังคับบัญชาที่จะมาปฎิบัติหน้าที่ในทุกระดับชั้น ส่วนการสูญเสียที่เกิดขึ้นยืนยันตำรวจไม่ได้เสียขวัญ แต่ยอมรับว่าบางครั้งเรื่องสุขภาพไม่สามารถควบคุมได้จึงขอให้นำไปเป็นบทเรียน

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube