“หลาบจำแล้วค่ะ” ทำภูมิใจไทยผงาดเป็นรัฐบาล-ดับฝันพลิกขั้วอำนาจ เขียว แดง ส้ม
กระแสข่าวการเมืองเรื่อง 'ดีลลับพลิกขั้ว' ระหว่างพรรคฝั่งสีแดง สีเขียว และสีส้ม ถูกสยบลงทันควัน หลังแกนนำพรรคประชาชนออกมายืนยันหนักแน่นว่า จะไม่ร่วมสังฆกรรมกับพรรคภูมิใจไทยอีกต่อไป พร้อมย้อนคำสะเทือนอารมณ์ว่า 'หลาบจำแล้ว' กับการโหวตหนุนในอดีต ขณะที่ตัวแทนพรรคและแกนนำฝ่ายค้านต่างออกมาสยบข่าวลือ 'สูตรจัดตั้งรัฐบาลใหม่' โดยยืนยันว่า ไม่มีการเจรจาลับข้ามทวีป และจะขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านเดินหน้าซักฟอกรัฐบาลอย่างเต็มที่
เบื้องหลังข้อมูลหลุด!”อนุทิน”จี้สอบ-“ไชยชนก”รู้ตัวมือปล่อยโยงการเมือง
จากกรณีที่ นายนิธิกร บุญยกุลเจริญ อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาโพสต์แจ้งเตือนประชาชนว่า พบข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทะเบียนรถจากกรมการขนส่งทางบกถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ที่สามารถค้นหาข้อมูลเจ้าของรถจากหมายเลขทะเบียนได้ ก่อนที่ข้อมูลดังกล่าวจะถูกแชร์ต่อในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว
อะไรนะ! ทำจบแล้ว โกงสอบท้องถิ่น รัฐบาลนี้ไม่มีทำชั่วทำเลว
"จริง ๆ มันจบแล้ว กระบวนการต่าง ๆ ทั้งการกล่าวหา การดำเนินคดี และการสอบวินัยร้ายแรงอยู่ในขั้นตอนหมดแล้ว รวมถึงการยกเลิกประกาศผลสอบ ก็ดำเนินการแล้ว สิ่งที่ตามมาคือการขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามลำดับ เรื่องนี้ต้องถือว่าเรียบร้อย เหลืออย่างเดียว คือ ศาลยังไม่ได้ตัดสินลงโทษผู้กระทำผิด เพราะหน่วยงานต่าง ๆ ก็ต้องทำเรื่องแจ้งความดำเนินคดี ทุกอย่างเป็นเรื่องของกระบวนการพร้อมย้ำว่า ในส่วนของรัฐบาลได้ดำเนินการทุกอย่างที่ควรจะทำทั้งหมดแล้ว" นี่คือคำพูดของ"นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล" ที่ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับคดีโกงสอบท้องถิ่น ที่สั่นสะเทือนระบบราชการไทยไปทุกหย่อมหญ้าก่อนเดินทางเยือนอินโดนีเซีย
ฟื้นสัมพันธ์ไทย-อินโดนีเซีย ในรอบ 15 ปี จัดใหญ่รับ”อนุทิน”หุ้นส่วนยุทธศาสตร์
การเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคม อาจดูเป็นเพียงภารกิจด้านการต่างประเทศตามปกติ แต่ในทางการเมืองและยุทธศาสตร์ ถือเป็นหนึ่งในหมากสำคัญของรัฐบาลไทย เพราะนี่คือการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการของผู้นำไทยในรอบ 15 ปี และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อาเซียนกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาความมั่นคงรูปแบบใหม่ที่ไม่มีพรมแดน
อดีตแฟนสาวยัน “นายป๋อง” สนิทกับตำรวจ ผบ.ตร.สั่งสอบข้อเท็จจริง
จากกรณีคดีสะเทือนขวัญ “ป๋อง” ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆาตกรรมต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้มีข้อมูลเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมแล้วถึง 5 ศพ ภายหลังพ้นโทษออกจากเรือนจำได้เพียง 2 เดือน โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบข้อมูลกรณีการทำร้ายและทรมานอดีตแฟนสาวที่ปรากฏผ่านการให้ข้อมูลของผู้เสียหาย ประเด็นสําคัญที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ คือเรื่องที่ ผู้เสียหายซึ่งเป็นแฟนสาวของนายป๋องให้ข้อมูลกล่าวอ้างว่าเคยเห็นนายป๋อง ไปหาลูกพี่ซึ่งเป็นตํารวจในพื้นที่ สภ.ห้วยใหญ่
โทษประหารชีวิต กับสังคมไทย คดีสะเทือนขวัญ 5 ศพ
กระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับ"โทษประหาร"ในประเทศไทยห่างหายไปนาน แต่จากคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ ฆ่า 2 พี่น้องชาวรัสเซีย และการสารภาพของฆาตรกร จนขุดพบอีก 3 ศพ ในพื้นที่ จ.ชลบุรี นำมาซึ่งเสียงเรียกร้องให้มีการลงโทษฆาตกรขั้นสูงสุด คือประหารชีวิต ที่ไม่ได้บังคับใช้มานาน ถูกพูดถึง และกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม จนโฆษกศาลยุติธรรม ต้องมีการชี้แจงว่า การลงโทษ กับการบังคับโทษ แตกต่างกันอย่างไร และเป็นหน้าที่ของใคร
ประกาศกร้าว! ไทยโต้รายงานพิเศษ “แอนดรูวส์” ย้ำเจรจาเขมร ยึดเงื่อนไขไทย
ปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงความร้อนแรงขึ้นในมิติการต่างประเทศ หลังนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายการต่างประเทศ ออกมาตอบโต้อย่างเด็ดขาดต่อรายงานพิเศษของ “ทอม แอนดรูวส์” ผู้เสนอรายงานด้านสิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ยืนยันไทย ไม่ยอมรับรายงานดังกล่าว เนื่องจากขาดความเป็นกลางและไม่ได้ฟังข้อมูลจากฝั่งไทย พร้อมประกาศกร้าว การเจรจาปัญหากับกัมพูชาต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของไทยเท่านั้น และจะไม่มีใครมาบีบบังคับประเทศไทยได้
ตร.ยัน “ป๋อง”ฆาตกรต่อเนื่องไม่ใช่สายตำรวจ-เรือนจำแยกขังเดี่ยว 3 ทรชน
ความคืบหน้าการสืบสวนขยายผลคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ ในพื้นที่ จ.ชลบุรี กรณีของนายป๋อง อดีตนักโทษ กับพวก ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย และนำร่างไปฝังดิน ที่เขาชีจรรย์ รวมถึง ก่อนหน้านั้นได้ก่อเหตุ ฆาตกรรม 3 พ่อ แม่ ลูก และนำร่างไปฝังดินไว้ในบริเวณใกล้เคียงกัน