ส่อง”ซุ้มบ้านใหญ่”สีน้ำเงิน ลุ้นเก้าอี้ รมต.
โฉมหน้ารัฐบาลใหม่ ภายใต้การนำของค่ายสีน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย "อนุทิน ชาญวีรกุล" จะเป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 เริ่มชัดจนมากขึ้น แม้จะยังไม่ชัดว่าตัวเลขสมการการเมืองจะจบที่ 300 เสียง หรือ เพิ่มเป็น 322 หรืออาจจะพุ่งเป็น 358 แต่เค้าลางหน้าตาคณะรัฐนตรีชุดใหม่ ในพรรคสีน้ำเงิน ก็ไม่น่าเปลี่ยนแปลงไปจากชุดปัจจุบันมากนัก เพราะตอนหาเสียง ก็ประกาศชัดแล้วจะมีคนนอก 3 คน ซึ่งเป็นตัวหลัก จะอยู่ในตำแหน่งรองนายกฯ และควบกระทรวงสำคัญ คือ"สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว-เอกนิติ นิติฑัณฑ์ประภาส-ศุภจี สุธรรมพันธ์" รวมถึง "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ"ได้ไปต่อรองนายกฯฝ่ายกฏหมาย เท่ากับโควตาเก้าอี้ที่จะเหลือให้คนในพรรค มีค่อนข้างจำกัดพอสมควร เพราะต้องแบ่งให้พรรคเพื่อไทย พรรคร่วมรัฐบาลอันดับ 2 ในอัตราส่วน 10 ต่อ 1
เชื่อมั้ย! “อนุทิน”ดีลรัฐบาลยังไม่จบ!
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองยังคงร้อนแรง หลังมีกระแสข่าวว่า พรรคภูมิใจไทย สามารถ “ปิดดีล” จัดตั้งรัฐบาลได้แล้วที่ตัวเลขประมาณ 300 เสียง และไม่มีพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล
และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ออกมายอมรับว่า สิ่งที่สื่อรายงานนั้น “ใกล้เคียงมาก” และมีแนวโน้มว่า
ดีลทางการเมืองน่าจะจบแล้ว รวมถึงการแบ่งกระทรวงก็เป็นไปตามที่ข่าวนำเสนอ “ประมาณนั้น” อาจมีการพูดคุยกันแล้ว แต่ไม่ขอให้รายละเอียด เพราะถือว่าเกินหน้าที่ของตน
คดีฮั้ว สว.ไม่คืบ-เลือกตั้ง สส.ยังวุ่นวาย
ความเคลื่อนไหวที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ในวันนี้ มีกลุ่มบุคคลมาติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง รวมถึง คดี ฮั้ว สว.
“รัฐบาลหนู300″ปิดดีลจริงๆ หรือ ลับ ลวง พราง ?
กกต.จัดให้มีการลงคะแนนใหม่ในบางหน่วย ปรากฏว่ามีการใช้บัตรเลือกตั้งใหม่ ที่ไม่เหมือนเดิม จะเป็นการเพิ่มปัญหาที่ประชาชนยังคาใจอยู่หรือไม่ จะนำไปสู่เลือกตั้งโมฆะหรือไม่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ส่วนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของ"นายกฯอนุทิน ชาญวีรกุล" ยังคงมีความสับสนอย่างมาก รายงานข่าวแรกช่วงสุดสัปดาห์ ชัดมาก รวมได้แล้ว 300 เสียง แบ่งเป็นภูมิใจไทยเพื่อไทย และบรรดาพรรคเล็กพรรคน้อย ที่เดินทางไปมอบตัวแล้ว ส่วนฝ่ายค้าน จะมี 200 เสียง พรรคประชาชน กล้าธรรม ประชาธิปัตย์ และ รวมไทยสร้างชาติ
ปชน.เปิดแผนรับมือเลือกตั้งโมฆะ บี้กกต.แจงพิรุธ”บาร์โค้ด”
ผ่านไปกว่า 2 สัปดาห์หลังการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ แต่ดูเหมือนความวุ่นวายจะเพิ่งเริ่มต้น เมื่อพรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาเขย่าความเชื่อมั่นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. อีกครั้ง ด้วยหลักฐานที่ชี้ชัดว่า การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ 'ผิดปกติ' และอาจนำไปสู่จุดจบแบบเดียวกับการเลือกตั้งปี 2549 นั่นคือ... การเป็นโมฆะทั้งประเทศ
ย้อนคดีดังครบ 3 ปี พ.ร.บ.อุ้มหาย
ครบ รอบ3 ปีเต็ม หลังประเทศไทยประกาศใช้ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 หรือที่สังคมเรียกกันสั้น ๆ ว่า “พ.ร.บ.อุ้มหาย”
กฎหมายฉบับนี้ถูกผลักดันจากความเจ็บปวดของครอบครัวผู้สูญหาย และแรงกดดันจากนานาชาติ เพื่อปิดช่องว่างที่ทำให้การซ้อมทรมานและการบังคับสูญหาย ไม่สามารถเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ
ได้อย่างตรงไปตรงมาในอดีต ซึ่งคำถามสำคัญ คือช่วง ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา กฎหมายฉบับนี้ “ใช้ได้จริง” แค่ไหน และสามารถเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐได้มากน้อยเพียงใด
รวม 7ตัวตึงท้าชนสีน้ำเงิน ฟัดรัฐบาล”อนุทิน”
มีความพยายามยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จากประเด็น "บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง"ว่าขัดต่อหลักการลงคะแนนลับตามรัฐธรรมนูญ จากกลุ่มต่างๆ ผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน สมาชิกวุฒิสภา รวมถึงศาลปกครอง ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองเป็นเกมการเมือง ของฝ่ายที่พยายามจะล้ม"สีน้ำเงิน" ที่ต่อเนื่องมาจากคดี"ฮั้ว สว." และ "เขากระโดง" โดยมีตัวละครหลายคน มีความเกี่ยวข้อง และเชื่อมโยงกัน
ใคร? ครองบัลลังก์สภา “โสภณ ซารัมย์ เต็ง 1 – ภราดร เต็ง 2”
ภายหลังการเลือกตั้งจางลง และ กกต. ทยอยประกาศรับรองสถานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ สปอร์ตไลท์ทางการเมืองไม่ได้จับจ้องไปที่การฟอร์มทีมรัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่ด่านแรกที่จะเป็นตัวชี้วัดอำนาจและเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่ คือ การเลือก “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ผู้ทำหน้าที่ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งมีภารกิจสำคัญสูงสุด คือ การเปิดประชุมเพื่อโหวตเลือก 'นายกรัฐมนตรี' คนต่อไป