Home
|
Video

เปิดสถิติเลือกตั้ง 5 ครั้งหลังสุด ผลเป็นอย่างไร พรรคไหนคือผู้ชนะ?

 

 

 ในอดีตการเลือกตั้งของไทย พรรคที่ได้อันดับ 1 จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี จะมาจากพรรคผู้ชนะเสมอ แต่ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560ที่หลายคนอยากให้มีการแก้ไข จนต้องมีการทำประชามติ พร้อมกับการเลือกตั้งครั้งนี้ มีผลที่ตรงกันข้าม กลายเป็นพรรคอันดับ 2 ที่คว้าเก้าอี้นายกรัฐมนตรีไปครอง ทั้ง 2 ครั้งต่างจากสมัยก่อน และที่สำคัญ ยังมีปรากฏการณ์ สส.หน้าใหม่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

 

โดยการเลือกตั้ง 2548 ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 มี สส.ได้ 500 คน พรรคไทยรักไทย ซึ่งเคยเป็นผู้ชนะเมื่อ 4 ปีก่อน กุมอำนาจการเมืองไทยเบ็ดเสร็จ พรรคขนาดเล็ก ขนาดกลางถูกควบรวมเข้ามาอยู่ใต้ธง”ชินวัตร”เกือบทั้งหมด แม้จะถูกม็อบพันธมิตร ต่อต้านอย่างหนัก ก็ยังกวาดสส.ไปได้ถึง 377 ที่นั่ง และ “ทักษิณ ชินวัตร” ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย และในจำนวน สส.500 คน เป็น สส.หน้าเดิมถึง 362 คน เป็นสส.หน้าใหม่ เพียง 138 คนเท่านั้น

 

แต่ท้ายที่สุด ทั้งสภา และรัฐบาลก็จบไม่สวย ถูกรัฐประหาร ในปี 2549 และถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ตัดสิทธิ์ กรรมการบริหารพรรคกว่า 100 คน สมาชิกที่เหลือไปก่อตั้งพรรคพลังประชาชน มาสานต่อ

 

 

ถัดมาการเลือกตั้ง 2550 เลือกตั้งใต้กติกาใหม่ หลังมีการรัฐประหาร มี สส.ได้ 480 คน ปรับการเลือกตั้งให้เป็นเขตใหญ่เหมือนยุคก่อน แต่พรรคพลังประชาชน รุ่น 2 ของไทยรักไทยที่มี “ทักษิณ” เป็นผู้นำจิตวิญญาณ แม้จะถูกกดดัน เล่นแง่ต่างๆ นานา แต่ก็ยังเข้าป้ายคว้าชัยชนะได้อีกครั้ง ทำได้ 256 ที่นั่ง

 

และ “สมัคร สุนทรเวช” ได้รับการโหวตในสภาให้เป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนพ้นจากตำแหน่ง เพราะพิษ “ชิมไปบ่นไป” ส่งต่อตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ให้ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” แต่อยู่ในตำแหน่งได้ไม่นาน ก็ต้องพ้นเก้าอี้ พรรคพลังประชาชน ถูกตัดสินยุบพรรค ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค และเกิดปรากฏการณ์”งูเห่า” ครั้งสำคัญ “กลุ่มเพื่อนเนวิน”แปรพักตร์ ไปโหวต “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นายกรัฐมนตรี และก่อตั้งเป็นพรรคภูมิใจไทยขึ้นมาสำหรับการเลือกตั้งในปี 2550 นั้น มี สส.เก่า เข้าป้าย 288 คน และ หน้าใหม่ 192 คน

 

 

เลือกตั้ง 2554 หลัง “อภิสิทธิ์” ยุบสภา แม้”พลังประชาชน” จะถูกยุบ แต่เครือข่ายพรรคการเมืองของไทยรักไทย ก็สานต่อเจนเนเรชั่นที่ 3 ภายใต้ชื่อเพื่อไทย และมี “ยิงลักษณ์ ชินวัตร”น้องสาวของ”ทักษิณ” เป็นผู้นำชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยการเลือกตั้งในปี 2554 นั้น มีการปรับเขต จากเขตใหญ่ เป็นเขตเดียวเบอร์เดียวอีกครั้ง และเป็นเพื่อไทยที่คว้าชัยชนะอีกครั้งแบบแลนด์สไลด์ กวาดไป 265 ที่นั่ง

 

“ยิ่งลักษณ์” ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็จบเส้นทางด้วยไม่สวย มีม็อบทั่วประเทศ ต้องชิงยุบสภา จัดการเลือกตั้งใหม่
แต่ไม่เรียบร้อย และถูกคสช.ยึดอำนาจในเวลาต่อมา โดยการเลือกตั้งในครั้งนั้น มี สส.หน้าเก่า 315 คน และ สส.หน้าใหม่ 185 คน

 

 

เลือกตั้ง 2562 ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ หลัง คสช.ครองอำนาจ บริหารประเทศเกือบ 5 ปีเต็ม ใช้สูตรเลือกตั้งแบบพิสดาร “สัดส่วนผสม” มี สส.500คน และ ให้ สว.ร่วมโหวตนายกฯทำให้สมการการเมืองหลังการเลือกตั้งเปลี่ยนไป แม้ ในการเลือกตั้ง “พรรคเพื่อไทย จะเป็นผู้ชนะ กวาดสส.ไปได้ 136 ทีนั่ง แต่ก็ ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้

 

กลายเป็นพรรคพลังประชารัฐที่ได้ 116 ที่นั่ง รวมเสียงได้มากกว่า และมีแรงหนุนจาก สว. ที่ คสช.แต่งตั้งเอาไว้ ทำให้ พรรคอันดับ 2 โหวต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีได้สำเร็จ และครองตำแหน่ง
ยาวนานจนครบวาระ โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ มีพรรคการใหม่ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ คือพรรคก้าวไกล ที่กวาดไปถึง 81 ที่นั่ง ทำให้ยอด สส.หน้าใหม่พุ่งสูงถึง 238 คน เกือบครึ่งหนึ่งของ
โดยหน้าเก่าสอบผ่านเพียง 262 คน เท่านั้น

 

 

 

และครั้งล่าสุด เมื่อปี 2566 ซึ่งยังคงใช้กติกาเดิม แต่แก้ไขใหม่เล็กน้อย จากบัตรใบเดียว เป็นบัตร 2 ใบ และนับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์จะยุ่งยากเล็กน้อย แต่ก็ไม่พิศดาร เมื่อปี 62ทำให้ผลการเลือกตั้งออกมาพลิกโฉมสุดๆ กลายเป็นพรรคก้าวไกล รุ่น 2 ของอนาคตใหม่ เป็นผู้คว้าชัยชนะ แบบพลิกความคาดหมาย กวาดไป 151 ที่นั่ง สามารถจับมือกับพรรคอันดับ 2 คือเพื่อไทย 141 ที่นั่ง และพันธมิตรพรรคเล็กอีกเล็กน้อย ได้กว่า 300 เสียง ลุ้นโหวต” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่สำเร็จ เพราะ สว.ไม่ยอมและเกิดปรากฏการณ์พลิกขั้ว ตระบัดสัตย์ เพื่อไทย ทิ้ง”ก้าวไกล” ไปจัดมือกับ”ภูมิใจไทย” และขั้วรัฐบาลเก่า ตั้วงรัฐบาล ปล่อยก้าวไกล และพรรคเล็กเป็นฝ่ายค้าน อยู่ 2 ปี

 

ก่อนมีการเอาคืน หลังนายกฯของเพื่อไทย 2 คน “เศรษฐา ทวีสิน และ แพทองธาร ชินวัตร” พ้นจากตำแหน่งด้วยคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ “พรรคส้ม” ไปโหวตเอา”อนุทิน ชาญวีรกุล”เป็นายกรัฐมนตรี ทำงานได้เกือบ 3 เดือนก็ยุบสภา จนต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ในวันที่ 8 กพ.นี้ โดยครั้งหลังสุดนั้น มีสส.หน้าใหม่ มากถึง 304 คน และ สส.เก่าเหลือเพียง 196 คนเท่านั้น

 

 

ดังนั้นจากสถิติเลือกตั้ง 5 ครั้งหลังสุดพบว่าภายใต้ รัฐธรรมนูญ 2560 นั้น พรรคอันดับ 1 ไม่สามารถก้าวไปสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ เพราะส่วนหนึ่ง มาจากบทบัญญัติที่ให้สว.ร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีได้ ในห้วงการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 5 ปีแรก แต่เลือกตั้ง วันที่ 8 ก.พ.69 นี้ พ้นระยะเวลา ที่ สว.จะมาโหวตนายกรัฐมนตรีแล้ว น่าสนใจว่า พรรคอันดับ 1 จะสามารถคว้าเก้าอี้ นายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ และจะมี สส.หน้าใหม่ เข้าสภาได้กี่คน

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube