ชายแดนไทยยึดคืนแล้ว ต้องรักษาให้ได้ ไม่เสียอีก?
ชายแดนไทยยึดคืนแล้ว ต้องรักษาให้ได้ ไม่เสียอีก?
จากภาพการปล่อยตัว 18 เชลยกลับกัมพูชา ตามข้อตกลงหยุดยิงที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามร่วมกัน สะท้อนความพยายามคลี่คลายปัญหาผ่านทางการทูต แม้ว่าสถานการณ์ยังไม่กลับสู่ปกติอย่างเต็มที่ แต่สถานการณ์ยังอยู่ในระดับที่ไทยสามารถควบคุมได้ แต่ถ้ามองจุดยุทธศาสตร์ที่ทหารไทยสถาปนาพื้นที่และปักธงชาติไทยโบกสะบัด ในช่วงการสู้รบที่ผ่านมา กองทัพไทยได้ปฏิบัติการยึดหรือสถาปนาความมั่นคงในหลายจุดยุทธศาสตร์สำคัญตามแนวชายแดน ได้แก่
เนิน 284 (ช่องระยี) อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นจุดสูงที่มีความสำคัญด้านการสอดส่องและควบคุมพื้นที่รอบข้าง
เนิน 225 จ.สุรินทร์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมเส้นทางและตรวจการณ์ฝ่ายตรงข้าม
เนิน 677 ช่องอานม้า ปราสาทคนา ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.บุรีรัมย์ และเนิน 350 ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเหนือแนวปราสาทตาเมือนธม เป็นป้อมปราการธรรมชาติ ที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในพื้นที่
โดยในรอบแรกที่เกิดเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ในเดือน ก.ค. 68 มีทหารไทยที่สละชีพ ในการทวงคืนปราสาทตาควาย ถึง 3 นาย คือ ส.อ. จิรายุ สิงห์อ้น ทหารรบพิเศษ, ส.อ. นพดล บุญเลิศ กองร้อยลาดตระเวนระยะไกล ที่ 6 กองพลทหารราบที่ 6 และส.อ. กฤษดา น้อยโคตร กองร้อยลาดตระเวนระยะไกล ที่ 6 กองพลทหารราบที่ 6 สละชีพ 25 ก.ค. 68
และในช่วงที่มีการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา รอบแรก ระหว่างวันที่ 24–28 ก.ค. 68 มีทหารไทยเสียชีวิต 15 นาย ขณะที่การสู้รบชายแดนรอบ 2 ซึ่งกินเวลายาวนานถึง 20 วัน ตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.68 มีทหารไทยสละชีพอีก 28 นาย หรือรวมแล้วไทยสูญเสียทหารกล้าไปถึง 43 นาย
โดย 1 ในนั้น มี จ.ส.อ. สำเริง พลังประโคน ผู้บังคับหมู่ปืนเล็ก และพลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา พลยิงปืนกล ทหารกล้าที่พลีชีพในสมรภูมิเนิน 350 ใกล้ปราสาทตาควาย ซึ่งกองทัพต้องใช้เวลาเข้าควบคุมพื้นที่ ยาวนานถึง 4 วัน ก่อนนำร่างออกมาได้สำเร็จ
ซึ่ง จ.ส.อ. สำเริง และพลทหารภานุพัฒน์ ตัดสินใจยืนหยัดทำหน้าที่ “ชุดยิงคุ้มครอง” เป็นกองหลัง รั้งท้าย เพื่อเปิดทางให้เพื่อนทหารที่อยู่แนวหน้าถอนกำลังออกมาได้อย่างปลอดภัย ทั้งสองต่อสู้จนถึงวาระสุดท้ายนับเป็นการเสียชีวิตในสนามรบอย่างสมศักดิ์ศรีของทหารกล้า ที่ต้องจารึกไว้
แม้แต่นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ลงพื้นที่บริเวณนั้นหลังหยุดยิง ยังได้ถอดหมวก และยกมือไหว้ เพื่อแสดงถึงความเคารพ บริเวณจุดที่ทหารไทยพลีชีพ จุดนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยในการได้พื้นที่ปราสาทตาควายคืน และขอบคุณกำลังพลที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ
นอกจากชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 แล้ว ยังมีพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 โดยกองกำลังบูรพา ร่วมกับหน่วยทหารช่าง ติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์ในพื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เพื่อเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดน และใช้เป็นจุดสนับสนุนภารกิจด้านความปลอดภัย รวมถึงการปฏิบัติงานของกำลังพลในพื้นที่ พร้อมนำธงชาติไทย ติดตั้งแสดงอาณเขตตามแผนที่ 1:50,000 เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทย
และนาวิกโยธิน (นย.) กองทัพเรือไทย ที่เข้ายึดคืนพื้นที่ บ้านสามหลัง ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด จากฝ่ายกัมพูชาที่รุกล้ำอธิปไตยไทยได้สำเร็จ มีการปักธงชาติไทยเพื่อยืนยันอธิปไตยของไทยในพื้นที่นั้น
แม้ขณะนี้ไทยได้มีการปักธงชาติและสถาปนาพื้นที่ยุทธศาสตร์ หลายจุดเพื่อคงอธิปไตยและควบคุมเส้นทางสำคัญ แต่ยังต้องตรึงกำลังป้องกันอธิปไตยไทยต่อเนื่อง ถือเป็นความท้าทาย ทั้งด้านกำลังรบ อาวุธหนัก ทุ่นระเบิด และการปะทะตอบโต้ เพราะความขัดแย้งยังไม่ยุติ และต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศและการทูตเพื่อคลี่คลายต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





