“ไชยชนก” สั่งคุมเข้มระบบยืนยันตัวตนทุกแพลตฟอร์ม

การเมือง ข่าว
“ไชยชนก” สั่งการ คุมเข้ม ระบบยืนยันตัวตนผ่าน “แพลตฟอร์ม” ปิดตายช่องทางสแกมเมอร์หลอกลวงประชาชน

 

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกัน และปราบปรามการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มาตรา 13 ครั้งที่ 8/2568 ร่วมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือการดำเนินงานตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้การปราบปรามภัยออนไลน์ เป็น “วาระแห่งชาติ”

 

นายไชยชนก เปิดเผยว่า การปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด จำเป็นต้องมีการรวมพลังของหน่วยงานรัฐ-เอกชน รวมทั้งนานาประเทศ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยในการจัดการ ด้วยเครื่องมือการจัดการปัญหาทั้งภายในประเทศ และสหประชาชาติ ตาม “อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์” ที่ปัจจุบันมีประเทศทั่วโลก ร่วมลงนามแล้ว 71 ประเทศ และสหภาพยุโรป โดยที่ประชุมได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ เพื่อขับเคลื่อน การทำงานที่สอดคล้องกับอนุสัญญาดังกล่าว

 

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) และผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม (TikTok Line Google) เข้าร่วม ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้ กสทช.ดำเนินการตามมาตรการจำกัดปริมาณซิมการ์ด ไม่เกิน 5 หมายเลขต่อบุคคล (รวมทุกค่าย) ที่จะมีการพิจารณาในที่ประชุม คณะกรรมการ กสทช.เพื่อกำหนดเป็นหลักเกณฑ์ต่อไป รวมทั้งการยกระดับ หลักเกณฑ์การยืนยันตัวตนการลงทะเบียนใช้งานซิมของตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ซึ่งจะต้องมีการลงทะเบียนในระบบ Dip chip หรือการลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์มที่มีมาตรฐานความปลอดภัยเทียบเท่า

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาการลงทะเบียนผู้ใช้งานซิมการ์ดใหม่ ที่ต้องใช้เสาสัญญาณในพื้นที่แนวชายแดน และพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถตรวจสอบการใช้งานได้ ป้องกันการใช้งาน SIM Box ของสแกมเมอร์ และหารือมาตรการ”ซิมยังชีพ” ซึ่งเป็นแนวคิดการจำกัดการใช้งานซิมการ์ดของบุคคลที่ขึ้นทะเบียนบัญชีม้าดำ โดยเบื้องต้นมีข้อเสนอให้ลงทะเบียนใช้งานซิมการ์ด ร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เท่านั้น

 

ด้านการร่วมหารือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม เบื้องต้นได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยได้มีการพิจารณาในเรื่องของการลงทะเบียนใช้งานแพลตฟอร์มที่ต้องมีความเข้มงวด และปลอดภัยขึ้นจากเดิม โดยเฉพาะการยืนยันตัวตน ซึ่งจะต้องมีการปรับให้มีการยืนยันตัวตนด้วยชื่อ-นามสกุล หรือการสแกนใบหน้า ร่วมด้วยนอกเหนือจากการใช้เบอร์โทรศัพท์หรืออีเมล์ ซึ่งจะสามารถทำให้ตรวจสอบการใช้งาน ของสแกมเมอร์ที่ใช้ช่องทางแพลตฟอร์มก่อเหตุ รวมทั้งการยืนยันตัวตนของบุคคล และนิติบุคคล ในการซื้อโฆษณาผ่านแพลตฟอร์ม

 

ขณะเดียวกัน ETDA ได้เร่งดำเนินการปรับปรุง พ.ร.บ. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มาตรา 32 เรื่องการควบคุมดูแลแพลตฟอร์มตามมาตรการที่จำเป็นและเหมาะสม

 

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการพิจารณาการเร่งดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า รวมถึงการพิจารณาหลักเกณฑ์การคืนเงินเยียวยาความเสียหายให้กับประชาชน

 

“การป้องกันและปราบปรามสแกมเมอร์ จำเป็นต้องรวมพลังของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน วันนี้หน่วยงานหลักอย่าง กสทช. และธนาคาร ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะยุติการเกิด ซิมผี – บัญชีม้าใหม่ๆ และการก่อเหตุของสแกมเมอร์ที่เพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น จึงต้องมีการกำหนดมาตรการหรือหลักเกณฑ์ที่เข้มข้นในการปราบปรามสแกมเมอร์ที่เป็นภัยคุกคามประชาชน ภายใต้การคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน”

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews