Home
|
ข่าว

“บิ๊กเล็ก” ย้ำเร่งหาทางเอาคืน ปราสาทตาควาย-สร้างรั้ว

Featured Image
“บิ๊กเล็ก” ย้ำปราสาทตาควายอยู่ในอธิปไตยไทย เร่งขับเคลื่อนความร่วมมือไทย-กัมพูชา ถอนอาวุธหนัก เก็บกู้ทุ่นระเบิด จัดการชายแดน หนองจาน-หนองหญ้าแก้ว เดินหน้าสร้างรั้วแบบกึ่งถาวร

 

พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุถึงปมปราสาทตาควายจังหวัดสุรินทร์ว่า ตามที่ได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และขอยืนยันอีกครั้งว่า ปราสาทตาควาย อยู่ในเขตอธิปไตยไทย

 

แต่ หากการเจรจาด้วยสันติวิธีไม่สำเร็จ อาจจำเป็นต้องใช้กำลัง แต่ขอยืนยันว่า จะใช้หลักสันติวิธีเป็นอันดับแรกก่อน ผ่านกลไก JBC และ RBC เว้นแต่ว่าเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด ถึงขั้นต้องใช้กำลังก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังย้ำถึงการเดินหน้าประเด็นความร่วมมือไทย-กัมพูชาว่า ในช่วงนี้ฝ่ายไทยจะดำเนินการในประเด็นสำคัญคือ การถอนอาวุธหนัก เพราะหากอาวุธหนักยังอยู่ในพื้นที่ และเกิดปัญหาพลาดพลั้งใช้อาวุธกันจะทำให้ประชาชนทั้งสองฝ่ายเดือดร้อน เพราะฉะนั้นจึงต้องขอให้ถอนอาวุธหนัก เป็นความสำคัญลำดับแรก

 

การเก็บกู้ทุ่นระเบิด เนื่องจากผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นมีความเจ็บปวด กรณีที่มีกำลังพล เหยียบกับระเบิด สูญเสียขาถึง 6 คน จากการที่ฝ่ายกัมพูชามาวางทุ่นระเบิด จึงได้เน้นย้ำให้ฝ่ายกัมพูชา เร่งเก็บกู้ทุ่นระเบิด แม้ว่าฝ่ายกัมพูชาจะไม่เก็บกู้ในเขตแดนของตนเอง ก็ถือเป็นเรื่องที่คณะผู้สังเกตการณ์ หรือ AOT จะติดตาม แต่ฝ่ายไทยจะต้องสามารถเก็บกู้ได้ในเขตอธิปไตยของไทย

 

การบริหารจัดการชายแดน ต้องพยายามจัดการทวงคืน พื้นที่ที่เป็นของไทย กลับมาภายใต้ข้อตกลง ร่วมกันแล้ว โดยใช้กลไกของ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ jbc ไทยกัมพูชา โดยเฉพาะที่บ้านหนองจานหนองหญ้าแก้วจังหวัดสระแก้ว

 

การสร้างรั้วตามแนวชายแดน ซึ่ง ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา มีระยะทาง 798 กิโลเมตร ประกอบด้วยภูมิประเทศ 3 ลักษณะ โดยลักษณะแรกคือสันปันน้ำ ซึ่งพื้นที่ตรงนี้อาจเป็นความเร่งด่วน ระยะหลังในการสร้างรั้ว เพราะสันปันน้ำมีความเรื่องเขตชัดเจนอยู่แล้ว

 

ลักษณะที่ 2 คือลำน้ำ ซึ่งมีความชัดเจนตามธรรมชาติ แต่การจะสร้างรั้วยังมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างกัน ซึ่งหากสร้างรั้วริมตลิ่ง อาจสุ่มเสี่ยงทำให้เสียพื้นที่อธิปไตย หรือ หากจะสร้างรั้วตรงกึ่งกลางลำน้ำ ก็ไม่สามารถทำได้ ดังนั้นสิ่งที่คิดไว้คือการใช้รั้วอิเล็กทรอนิกส์

 

ส่วนพื้นที่ลักษณะที่ 3 สามารถทำได้อย่างแน่นอน คือแนวเขตที่เป็นเส้นตรง ซึ่งหมายถึงลักษณะภูมิประเทศพื้นที่ราบเป็นทุ่งนาหรือป่า

 

ทั้งนี้อยากให้สังคมเข้าใจว่า หลักเขตแดนแต่ละหลักห่างกันเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร บางหลักห่างกันถึง 10 กิโลเมตร ดังนั้นเมื่อมองบนพื้นดินจะไม่เห็นเส้นเขตแดน จึงอาจมีปัญหาล้ำกันไปล้ำกันมาบ้าง

 

ดังนั้นจึงต้องเริ่มสร้างรั้วชายแดนในรูปแบบกึ่งถาวร คือข้างล่างเป็นรั้วทึบข้างบนเป็นรั้วโปร่งพร้อมติดตั้งลวดหนาม ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำในพื้นที่แนวเขตเส้นตรง โดยได้พูดคุยกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดแล้ว เพื่อให้เร่งรัดดำเนินการในส่วนที่ดำเนินการได้คือ บริเวณหลักเขตมีการตกลงกันแล้ว

 

ทั้งนี้หากสามารถดำเนินการขับเคลื่อนเรื่องสำคัญทั้งหมดได้ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการแก้ปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา แต่ถ้าทำมากกว่านั้นพร้อมกันก็ยอมรับว่าอาจจะเกินขีดความสามารถของรัฐบาล และของกองทัพ แต่ขอยืนยันว่า ไม่ได้ละทิ้ง หรือละเลยใดๆ แต่ทุกอย่างต้องทำไปตามลำดับ และตามสถานการณ์ รวมไปถึงปัจจัยสภาพแวดล้อม

 

ส่วนประเด็นปราสาทคนาที่ทางกัมพูชา สร้างบันได-กระเช้า ก็ถือว่ายังเป็นประเด็นนอกเหนือจากเรื่องเร่งด่วนที่ระบุไปแล้ว แต่ก็จะดำเนินการในสิ่งที่สามารถทำได้เช่น การประท้วง และเป็นเรื่องที่จะแก้ปัญหา ในลำดับต่อไป โดยขอยืนยันว่า ทุกเรื่องจะใช้แนวทางสันติวิธีก่อน เพราะการใช้กำลังเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้น

 

โดยย้ำว่าแนวทางที่ไทยทำช่วงที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่นานาชาติยอมรับ และชื่นชมไทย จึงมั่นใจว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ซึ่งการใช้กำลังจะเกิดขึ้นในกรณีจำเป็นเท่านั้น

 

ส่วนกรณีแผนเก็บกู้ทุ่นระเบิด 13 พื้นที่ ที่ปรับมาเหลือ 5 พื้นที่นำร่อง และกัมพูชาไม่ตอบสนองต่อการเก็บกู้ในพื้นที่ปราสาทตาควายนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมย้ำว่า ก็จะดำเนินการใน 5 พื้นที่ไปก่อน เพราะถ้ามีความคืบหน้าและ บรรยากาศดีขึ้น เชื่อว่าจะพูดคุยขยายพื้นที่เก็บกู้ต่อไปได้

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube