Home
|
ข่าว

โฆษกเพื่อไทย ตัดเกรด “รบ.อนุทิน” สอบไม่ผ่าน!

Featured Image
โฆษกเพื่อไทย ตัดเกรด “รบ.อนุทิน” ไม่ผ่าน! ซัดสร้างภาพ–กลบความล้มเหลว การทูตไร้ทิศทาง ชี้ MOU แร่หายากปิดลับ สั่นคลอนความเชื่อมั่นประเทศ ผลประชุมเอเปคเป็นแค่ “มรดกรัฐบาลเพื่อไทย”

 

นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าว “สร้างภาพ กลบความล้มเหลว : นโยบายการต่างประเทศที่ผิดพลาดของรัฐบาลอนุทิน” โดยวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันว่า
“ขาดวิสัยทัศน์ทางการทูต ไร้ความโปร่งใส และสร้างภาพมากกว่าผลงานจริง”

 

พร้อมตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ด้าน “แร่หายาก” กับสหรัฐฯ ซึ่งถูกปกปิด รายละเอียดต่อสาธารณะ และชี้ว่าผลการประชุมเอเปคที่รัฐบาลนำมาอ้างเป็น “ความสำเร็จ” แท้จริงแล้วเป็นเพียงมรดกจากรัฐบาลเพื่อไทยชุดก่อน

 

นายศึกษิษฏ์ ระบุว่า การพัฒนาแหล่งแร่หายากถือเป็นเรื่องดีหากทำอย่างโปร่งใสและมีแผนรองรับผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน แต่รัฐบาลกลับ “เดินเกมลับ” ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชน ทั้งที่ควรเป็นเรื่องสาธารณะและเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ชาติ

 

เพราะปกติเอกสารที่เสนอ ครม. จะถูกเผยแพร่หลังมีมติ แต่ครั้งนี้ประชาชนกลับทราบเรื่องพร้อมกับสหรัฐฯ ที่เปิดเผยเอง ขณะที่รัฐบาลไทย กลับเงียบ ไม่มีคำชี้แจงใด ๆ” พร้อมเผยว่า แม้ค้นข้อมูลจากทุกช่องทางทางการก็ไม่พบเอกสาร MoU ฉบับดังกล่าว และไม่ทราบว่ามีหน่วยงานใดเคยให้ข้อสังเกตหรือประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมไว้หรือไม่

 

ทั้งนี้ ถ้าเอกสารที่ลงนามกับมหาอำนาจยังปิดเป็นความลับ แล้วจะมีอะไรอีกที่รัฐบาลทำแบบลับ ๆ ล่อ ๆ โดยไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยตั้งข้อสังเกตว่า ความคลุมเครือดังกล่าวอาจกระทบต่อความเชื่อมั่น ของนักลงทุน และสั่นคลอนภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตานานาชาติ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีขั้นสูงที่ต้องการเสถียรภาพเชิงนโยบายระยะยาว

 

โฆษกพรรคเพื่อไทย ยังระบุว่า รัฐบาลชุดนี้ละเลยการแก้ปัญหามลพิษจากเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งที่รัฐบาลเพื่อไทยเคยตั้งคณะทำงานร่วมกับเมียนมา และอนุมัติโครงการ “ฝายดักตะกอน” เพื่อควบคุมการปนเปื้อนในแม่น้ำชายแดนไว้แล้ว “แต่รัฐบาลนี้กลับนิ่งเฉย ทั้งที่เป็นเรื่องความปลอดภัยของประชาชนโดยตรง”

 

นอกจากนี้ ขอเตือนว่า การที่รัฐบาลออกมาระบุว่าสามารถ “ยกเลิก MoU ได้ทุกเมื่อ” เป็นสัญญาณเชิงลบทางการทูต เพราะสะท้อนถึง “ความไม่มั่นคงทางนโยบาย” และอาจทำให้ต่างประเทศมองว่า “ประเทศไทยไม่มีจุดยืนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ชัดเจน”

 

นายศึกษิษฏ์ ชี้ว่า ผลการประชุมเอเปคที่รัฐบาลอนุทินนำมาอ้าง เช่น การดึงดูดการลงทุน การเพิ่มโควตาขายข้าวให้จีน และการเป็นเจ้าภาพประชุม World Bank–IMF Annual Meetings ล้วนเป็น “ผลต่อเนื่องจากนโยบายรัฐบาลเพื่อไทย” ไม่ใช่ความสำเร็จใหม่ของรัฐบาลนี้พร้อมอธิบายว่า

 

โครงการดึงดูดการลงทุนเป็นยุทธศาสตร์หลักที่เริ่มตั้งแต่สมัยนายนเศรษฐา ทวีสิน ต่อเนื่องถึงนางแพทองธาร ชินวัตร ทำให้มูลค่าการลงทุนในปี 2568 สูงสุดในประวัติศาสตร์กว่า 795,000 ล้านบาท และปีถัดมามียอดคำขอทะลุ 1.14 ล้านล้านบาท ส่วนโควต้าขายข้าว 500,000 ตันให้จีน เป็นผลสืบเนื่องจากการเจรจาสมัย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์

 

อย่างไรก็ตาม แม้แต่การเป็นเจ้าภาพประชุม World Bank–IMF Annual Meetings ก็เป็นแนวคิดที่รัฐบาลเพื่อไทยเคยวางไว้ เพื่อเชื่อมโยงนโยบายโลจิสติกส์และรางคู่เข้ากับระบบขนส่งสาธารณะ 20 บาทตลอดสาย พร้อมตั้งคำถามว่า “ถ้ารัฐบาลนี้บอกว่ามืออาชีพ ทำไมไม่มีผลงานใหม่ที่เป็นของตัวเองเลย?”

 

นายศึกษิษฏ์ ยังระบุว่า สิ่งเดียวที่รัฐบาลอนุทินนำกลับมาจากเอเปค คือ “MoU แร่หายากที่เต็มไปด้วยข้อสงสัย” และการพูดถึงโครงการ Entertainment Complex แทนที่จะใช้เวทีนี้สร้างความร่วมมือด้านความมั่นคง ดิจิทัล ปราบทุนสีเทา หรือเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานกับประเทศเพื่อนบ้าน

 

ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดว่า รัฐบาลอนุทินไม่มีทิศทางด้านการต่างประเทศ ขาดจุดยืนทางภูมิรัฐศาสตร์ และทำงานด้วยภาพลักษณ์มากกว่าผลงานจริง ผลลัพธ์จึงไม่ต่างจากคำว่า “สอบตก” ทั้งระบบ”

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube