กต.ไทย ประณามกัมพูชารุนแรง ยันละเมิดอธิปไตย เปิดฉากยิงก่อน เจ็บ-ตาย หลายราย ยกระดับลดความสัมพันธ์เรียกทูตกลับ เตือนพร้อมป้องกันตัวเต็มรูปแบบ
กระทรวงการต่างประเทศแถลงการณ์อย่างเป็นทางการกรณีความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยนายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า รัฐบาลไทยขอประณามการกระทำของกองทัพกัมพูชาอย่างรุนแรงที่สุด หลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดในฝั่งไทยจนทหารไทยบาดเจ็บ และยังเปิดฉากยิงใส่พื้นที่ใกล้ฐานปฏิบัติการประสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ รวมถึงยิงจรวด BM-21 จำนวน 2 ลูก เข้าใส่พื้นที่พลเรือน ส่งผลให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
ก่อนหน้านี้ ฝ่ายไทยได้ยื่นหนังสือประท้วง 2 ฉบับ ได้แก่ 1.ถึงรัฐบาลกัมพูชา กรณีเหตุลอบวางระเบิดในฝั่งไทย 2.ถึงผู้แทนญี่ปุ่นในฐานะประธานอนุสัญญาออตตาวา รายงานการละเมิดพันธกรณีของกัมพูชา
นายนิกรเดช เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยจึงตัดสินใจลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต โดยเรียกเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ กลับประเทศ และขอให้ทูตกัมพูชากลับประเทศเช่นกัน ซึ่งเป็นมาตรการทางการทูตขั้นต้น พร้อมเตือนว่าหากยังมีการโจมตีซ้ำซาก ไทยพร้อมยกระดับมาตรการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ เหตุการณ์รุนแรงล่าสุดเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ทหารไทยชุดลาดตระเวนประสบกับระเบิดบริเวณช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ทำให้มีทหารบาดเจ็บ 5 นาย หนึ่งในนั้นอาการสาหัส สูญเสียขาขวา ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 ระบุว่าอาจเป็นการนำทุ่นระเบิดมาวางใหม่ซ้ำอีก เป็นการกระทำที่จงใจและต่อเนื่อง
กระทรวงต่างประเทศไทยเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชา ยุติการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และย้ำว่าการกระทำดังกล่าวขัดต่อหลักความเป็นมิตรกับประเทศเพื่อนบ้านและหลักการของอาเซียน
ในช่วงบ่ายวันเดียวกันจะมีการประชุมของ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อพิจารณามาตรการด้านการทูตและความมั่นคงเพิ่มเติม โดยจะมีการประเมินทั้งการจัดการในพื้นที่ การดูแลความปลอดภัยของประชาชน และแนวทางทางการเมืองระหว่างประเทศอย่างรอบด้าน
ทั้งนี้ ทำไมไทยยังต้องอดกลั้นในขณะที่อีกฝ่ายเปิดฉากก่อน นายนิกรเดช ชี้แจงว่า ประเทศไทยยึดมั่นใน หลักกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตรสหประชาชาติ โดยตลอด และการที่ไทยยังไม่ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตโดยสิ้นเชิง ก็เพื่อรักษาช่องทาง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews