นายกฯเตรียมหารือปธน.จีนแก้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์-อาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมสานต่อรถไฟความเร็วสูง- แลนด์บริดจ์ คุย 3 บิ๊กธุรกิจเอกชน เตรียมรับแพนด้ายักษ์คู่ใหม่
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง โดยมีนางฮว่า ชุนหยิง (H.E. Mrs. Hua Chunying) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย รวมทั้งเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ให้การต้อนรับ นอกจากนี้ เด็กชายชาวจีนยังได้มอบช่อดอกไม้ให้กับนายกฯด้วย
โดยนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงการไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการครั้งนี้ ว่า จะได้พบกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และบุคคลที่มีบทบาทสำคัญของจีน ทั้งนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน และนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน
ซึ่งตนเคยพบกับนายกรัฐมนตรีของจีน 2-3 ครั้งแล้ว มาครั้งนี้ก็ถือว่ามีความคุ้นเคย ประกอบกับไทยและจีนมีความสัมพันธ์ทางการทูต มายาวนาน 50 ปี จึงมีเรื่องที่จะประสานทำงานร่วมกันหลายเรื่อง ทั้งซอฟต์พาวเวอร์ ความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมของอนาคตในระยะยาวไม่ว่าจะเป็น ดาต้าเซ็นเตอร์ และ พลังงานสีเขียว การใช้รถอีวี การตั้งโรงงาน และการเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกมาเป็นดิจิทัล
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เรื่องของปัญหาความปลอดภัย และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเคยออกคลิปให้เอไอพูดเป็นภาษาจีน เชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในไทย และบอกว่าเราพร้อมดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมทั้งจีน การเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ก็จะไปตอกย้ำความปลอดภัย ในประเทศไทยว่าพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนตลอดปี และจะมีการจัดงานเทศกาลอื่นๆอีกมากมายทั้งปี
ส่วนกรณีที่มีข่าวลือต่างๆในช่องทางโซเชียลมีเดียก็ต้องไปขอความร่วมมือกับทางจีนด้วยว่าเมื่อพบเห็นขอให้ช่วยเอาลงให้ด้วย ไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นความจริง เพราะในประเทศไทยใช้คนละแพลตฟอร์มกับจีน เวลามีข่าวลือเหล่านี้ขึ้นมาก็ไม่ทราบข่าวสาร พวกนี้จึงต้องขอความร่วมมือจากทางจีนด้วย
ส่วนเรื่องที่เป็นปัญหาทั้งไทยและจีน คือปัญหาคอลเซ็นเตอร์ ที่ต้องการความร่วมมือซึ่งกันและกัน และแก้ไขปัญหาเหล่านี้ร่วมกัน ร่วมกับ อาเซียน และอาจจะมีการแนะนำเทคโนโลยีซึ่งกันและกัน ในการจัดการกับปัญหาคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมออนไลน์ ต่างๆ และในฐานะที่ครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างไทยกับจีน ก็จะมีการพัฒนาทักษะและศักยภาพ ของคนร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงงานที่จีนมาจัดตั้ง
โดยพัฒนาคนให้มีศักยภาพ พร้อมที่จะทำงานได้ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคตต่างๆ ซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนกันรวมไปถึงการหาความรู้เพิ่มเกี่ยวกับประเทศจีน เกี่ยวกับการศึกษาว่าพัฒนาคนของจีนอย่างไร ก็จะนำมาปรับใช้กับคนไทยด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่าจะมีการลงนามความตกลงระหว่างไทย-จีน อย่างน้อย 14 ฉบับ จะสานต่อโครงการถไฟความเร็วสูงระยะที่ 1 และ 2 เพื่อเชื่อมโยงไทย ลาวและจีน รวมถึงสานต่อเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ ที่นายศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีได้เคยทำไว้ ส่วนเรื่องการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซอฟต์พาวเวอร์ ได้มีโอกาส พูดคุยกับ เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย
เพื่อหาแนวทางในการสื่อสารระหว่างคนไทยกับจีนโดยผ่านซอฟต์พาวเวอร์ เพื่อให้มีกิจกรรมร่วมกัน และร่วมเรียนรู้ ซึ่งกันและกัน นอกจากนี้?จะมีโอกาสพบกับสมาคมธุรกิจไทยจีน และพบภาคเอกชน2-3รายด้วย นอกจากนี้ จะพูดคุยถึงขั้นตอนในการดำเนินการรับแพนด้ายักษ์คู่ใหม่จากจีนมายังประเทศไทย
ขณะเดียวกันจะเดินทางไป เมืองฮาร์บิน ซึ่งมีการแข่งขันเอเชียนเกมส์ฤดูหนาว ครั้งที่9 ซึ่งมีนักกีฬาไทยเข้าร่วมแข่งขันด้วย จึงจะหาโอกาสไปเยี่ยมเยียนที่บ้านพักนักกีฬาไทยและให้กำลังใจด้วยตัวเอง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews