นายกฯ จบภารกิจดาวอส ประสบความสำเร็จ ภาคเอกชนสนใจลงทุนเพียบ ปลื้มประวัติศาสตร์การค้าไทย ลงนาม FTA สร้างโอกาสดีสินค้าไทยจำหน่ายในยุโรป พร้อมกระชับความสัมพันธ์ผู้นำหลายประเทศ
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจในการร่วมประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2025 ที่กรุงดาวอสประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่า การประชุมในครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ที่ได้มาพร้อมทีมไทยแลนด์ชุดใหญ่ ซึ่งการประชุม เพียง 3 วัน
แต่ประกอบไปด้วยการพบหารือกับคณะนักธุรกิจ และผู้นำของแต่ละประเทศมากถึงกว่า 20 ภารกิจ ประกอบด้วยการหารือกับ 11 บริษัทเอกชนชั้นนำระดับโลกซึ่งได้รับการตอบรับในการให้ความสนใจลงทุนในประเทศไทยเป็นอย่างดี เชื่อว่าหลายบริษัทที่เคยลงทุน ในประเทศไทยอยู่แล้วจะลงทุนเพิ่มมากขึ้น ส่วนบริษัทใหม่ๆ ก็ให้ความสนใจมากที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้นในเร็ววันนี้
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ในระดับประเทศ ได้เข้าเยี่ยมคารวะผู้นำประเทศและหัวหน้ารัฐบาลถึง 4 ท่าน ได้แก่ ประธานาธิบดีสมาพันธรัฐสวิส นายกรัฐมนตรีประเทศอาร์เมเนีย นายกรัฐมนตรีของสาธารณรัฐคอซอวอและศาสตราจารย์ มูฮัมหมัด ยูนุส ประธานคณะที่ปรึกษารัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ศาสตราจารย์ เคล้าส์ ชวาป ผู้ก่อตั้ง World Economic Forum (WEF) ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเป็นที่รู้จัก กับนานาอารยะประเทศมากขึ้น ทำให้เกิดความสัมพันธ์ทั้งระดับภูมิภาคและประเทศมากขึ้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะที่กิจกรรมสำคัญตลอดการประชุม ต้องขอบคุณที่มีโอกาสได้ร่วมงานสำคัญในการให้การต้อนรับ อาทิ งานเลี้ยงรับรองของประธาน WEF และ ทีมไทยแลนด์ยังได้จัดงานเลี้ยงอาหารกลางวัน Thailand Reception ที่นำเสนอในรูปแบบไทยสไตล์และอาหารไทยจนผู้ร่วมงานให้ความชื่นชม และสนใจในอาหารและวัฒนธรรมที่สวยงามของประเทศไทยเป็นอย่างมาก
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า สำหรับเรื่องสำคัญที่สุดอันถือเป็นประวัติศาสตร์ทางการค้าของไทย กับประเทศในสหภาพยุโรปที่ประเทศไทยได้ลงนามความตกลง FTA ไทย-EFTA กับ 4 ประเทศเป็นครั้งแรกทำให้เป็นโอกาสที่ดีของสินค้าไทย ที่จะเข้าไปจำหน่ายในประเทศแถบยุโรปมากขึ้น สำหรับ เสาวนา Betazone
“Not Losing Sight of Soft Power” และการร่วมกิจกรรมCountry Strategy Dialogue(CSD) on Thailand / และ Thailand Networking Dinner Reception ก็ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักกับต่างประเทศมากขึ้นโดยเฉพาะประเทศในยุโรป และยังได้แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม อันเป็นซอฟเพาเวอร์ ที่สำคัญของประเทศไทยที่จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นสินค้าให้ชาวยุโรปได้รู้จักมากขึ้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนการพบปะพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับผู้นำและบุคคลสำคัญ เช่นนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายกรัฐมนตรีมอนเตรเนโก นายกรัฐมนตรีสวีเดน นายกรัฐมนตรีภูฏาน และนาย Olivier Schwabบุตรชายของผู้ก่อตั้ง WEF -นาง Melanie Brown, (หัวหน้าด้านวัฒนธรรมของ WEF ) อดีตนักร้องวงดนตรี Spice Girls ทำให้ ประเทศไทย และ ต่างประเทศ ได้กระชับความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ในขณะที่การพบกับผู้บริหารภาคเอกชนไทยที่เดินทางมาร่วมประชุม อาทิ ผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ , CP , Bitkup ทำให้เห็นถึงแนวทางการลงทุนและรับฟังทุกคำเสนอแนะของการลงทุน ของไทยในต่างประเทศ อีกด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า การมาประชุมครั้งนี้ ถือเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยมาก ที่ได้มีโอกาสสื่อสารถึงโอกาสและศักยภาพของประเทศไทย และสร้างความมั่นใจว่าประเทศไทยพร้อมเป็นหุ้นส่วนของบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ด้วยที่ตั้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ด้านความมั่นคงด้านอาหาร รวมทั้งรัฐบาลยังมีนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยี
พัฒนาคน ปรับ กฏระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุน เพื่อเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนและครอบคลุมอีกด้วย อีกทั้งยังได้โปรโมท “ Soft power” ทั้งศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร ที่มาจากภูมิปัญญาดั้งเดิมของคนไทย จนกลายเป็นสินค้าและบริการที่มีมูลค่าในปัจจุบัน เช่น มวยไทย อาหารไทย ผ้าไทย เป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างประเทศ โดยรัฐบาลจะส่งเสริมให้เป็นเครื่องจักรใหม่ (engine force) ในการสร้างเม็ดเงินและนำรายได้เข้าสู่ประเทศ
มาครั้งนี้ทีมไทยแลนด์ได้ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ทั่วโลกจับตามอง และยังเป็นการติดตามเทรนด์โลกยุคใหม่ และได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้นำและบุคคลสำคัญๆซึ่งสอดคล้องกับทิศทางและเป้าหมายที่รัฐบาลกำลังทำ เช่น การส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น AI การแพทย์และสาธารณสุข รวมทั้งเตรียมเด็ก เยาวชนคนรุ่นใหม่ของไทย ให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอีกด้วย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews