“ทนายตั้ม” มั่นใจ! เอาผิด ตร.นับ 100 จ่อเรียก 2 บิ๊กสอบ

Video คลิปข่าวทั่วไป ข่าว

 

 

 

วันนี้ ที่ สำนักงานจเรตำรวจ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ หอบเอกสารหลักฐานนับ 1,000 แผ่น พร้อมนําตัวสองพยานสําคัญ คือ น.ส.พิมพ์วิไล เจ้าของบัญชีม้าเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ และ สายลับ คนสําคัญที่นําข้อมูลเส้นทางการเงินการจ่ายส่วย 18 ธุรกิจสีเทาโยงไปถึงนายพลตํารวจระดับสูง เข้าให้ข้อมูลกับ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) เพื่อเอาผิดวินัยกรณีเรียกรับส่วยเว็บพนันออนไลน์

 

โดยทนายตั้ม กล่าวว่า วันนี้ตนได้นําเอกสารหลักฐานชุดเดิมที่มีความละเอียดเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับเส้นทางการเงินหลายร้อยล้านบาท มามอบให้กับ พล.ต.ท.เรวัช เพื่อให้คณะกรรมการ ก.ร.ตร. สามารถตรวจสอบได้ง่าย ส่วนตัวเชื่อมั่นในชุดคณะกรรมการของ พล.ต.ท.เรวัช เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา “ผิดคือผิด ถูกคือถูก” ไม่กลั่นแกล้งหรือช่วยเหลือใครอย่างแน่นอน

 

ส่วนการสอบปากคํา น.ส.พิมพ์วิไล กับ สายลับ ที่ สน.เตาปูน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทนายตั้ม ระบุว่า คงจะต้องทําคําให้การมอบให้กับพนักงานสอบสวน เนื่องจากการสอบปากคำใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง แต่พนักงานสอบสวนกลับพิมพ์คำให้การแค่กระดาษ 1 หน้า จึงมองว่าอาจเป็นการเอื้อประโยชน์แก่ผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่ นอกจากนี้ ทนายตั้ม ยังบอกด้วยว่ามีผู้ใหญ่เตือนเรื่องความปลอดภัยของตนเอง เพราะฝ่ายตรงข้ามมีการเคลื่อนไหวแล้ว จึงให้ระวังตัวเองและครอบครัวให้ดี

 

อย่างไรก็ตามทนายตั้มยอมรับว่ารู้สึกท้อใจ แต่ไม่ถอย โดยล่าสุดทราบว่าตอนนี้มีการยกเลิกตั๋วทั้งหมดแล้ว แต่พอเรื่องเงียบไปสักพักก็กลับมาเก็บตั๋วเหมือนเดิม เหมือนกับที่ตำรวจเรียกเก็บส่วยกับ น.ส.พิมพ์วิไล พอมีการจับกุม ก็มีการขอให้ น.ส.พิมพ์วิไล กลับมาจ่ายส่วยเหมือนเดิม ทั้งนี้ตนมองว่ารัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นอย่างจริงจัง ถ้าไม่สนใจก็จะวนอยู่แบบนี้ไม่จบไม่สิ้น

 

ขณะที่ต่อมาเวลาประมาณ 14.30 น. น.ส.พิมพ์วิไล หนึ่งในพยานปากสำคัญของทนายตั้มได้เดินทางมายังสำนักงานจเรตำรวจ เพื่อให้ข้อมูลกับคณะ ก.ร.ตร. โดยทนายตั้มลงมารับด้วยตัวเอง พร้อมให้สัมภาษณ์หลังขึ้นให้ข้อมูลนานกว่า 3 ชั่วโมง ว่า มั่นใจในการทำงานของ ก.ร.ตร. ชุดนี้ ว่าจะไม่มีการเอื้อประโยชน์แก่ใคร เนื่องจากมีการซักถามข้อมูลอย่างละเอียด ซึ่งในส่วนของสเตทเม้นข้าราชการตำรวจและเครือญาติของนายพลตํารวจระดับสูงนั้นอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการชุดนี้ และจะต้องมีการเชิญตัว 2 บิ๊กตำรวจ เครือญาติ รวมถึงตำรวจนายอื่นๆที่มีเส้นเงินโยงไปถึงเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมด้วย

 

 

อย่างไรก็ตาม ทนายตั้ม กล่าวเพิ่มว่า เส้นเงินยังไม่มีการโอนไปยังนายพลตํารวจระดับสูงโดยตรง แต่ถือว่าได้รับประโยชน์ ซึ่งหลักฐานทั้งหมดค่อนข้างชัดเจน แฃะหากหลักฐานไปถึงตำรวจนายไหน จะต้องมีการดำเนินคดีหมด ซึ่งคณะกรรมการ ก.ร.ตร. คาดว่า จะมีตำรวจที่เกี่ยวข้องไม่ต่ำกว่า 100 นาย หรือมีตำรวจถูกดำเนินคดีทางวินัย “เป็นรถบรรทุก”

 


 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews