สึนามีสีกากี 9.0ริกเตอร์ “บิ๊กโจ๊ก หวานเจี๊ยบ” สะดุดวิบากกรรมอีกรอบโดยถูกกล่าวหาว่าลูกน้องกับบริวารทั้งหลายเหล่านี้เข้าไปพัวพันกับการพนันอออนไลน์ และก่อนหน้านี้เมื่อปี2562
“บิ๊กโจ๊ก”สมัยยังเป็น”ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง” ถูกบิ๊กแป๊ะ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในขณะนั้น “เด้งฟ้าผ่า”เข้ากรุ จากนั้นบิ๊กตู่ให้โอนไปเป็นที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จากนั้นชื่อของ นายพลหนุ่มค่อยๆ เฟดไปจากสังคม
ต่อมาเมื่อคลื่นลมสงบ “บิ๊กโจ๊ก”กลับมาเข้าไลน์อำนาจอีกครั้ง ไม่ต่างจากแมว 9ชีวิต เขากลับมาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษสบ 9 ขึ้นผู้ช่วยผบ. ตรและรองผบ. ตร. ตามลำดับ ล่าสุดมีชื่อเป็น 1 ใน 4 ตัวเต็งผบ.ตร.คนใหม่ ที่มีคู่แข่งคนสำคัญอย่าง “บิ๊กต่อ” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. แต่แล้ว ชื่อเสียงเครดิตของ “บิ๊กโจ๊ก”มาถูกเบรกอย่างแรง แค่2 วันก่อนที่จะมีการประชุมก.ตร.ในวันพุธที่ 27 ก.ย.2566 เพื่อนัดเลือกผบ.ตร.คนใหม่ เมื่อกางประวัติ “บิ๊กโจ๊ก” พบว่ามีความละม้ายกับ “บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา” ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้วยที่ว่าเป็นคนมุ่งมั่น ตั้งใจจริง ทำงานเก่ง เข้าตาผู้บังคับบัญชา
มีสายสัมพันธ์อันดีกับทุกวงการ ทั้งการเมือง และธุรกิจ เจริญเติบโตก้าวหน้าในเส้นทางราชการอย่างรวดเร็ว ข้ามหน้าเพื่อน ข้ามหัวรุ่นพี่ แบบไปไกลไม่เห็นฝุ่น และที่สำคัญ ทั้งบิ๊กโจ๊ก” “บิ๊กแป๊ะ” มีนายคนเดิมกันคือ “บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าสำนักพลังประชารัฐ
โดยย้อนกลับไปที่เรื่องราวของ”บิ๊กแป๊ะ” นั้นเคยถูกมองว่ารับใช้ขั้วอำนาจทหาร เป็นเด็กในคาถาบ้านป่ารอยต่อ ชีวิตราชการติดเทอร์โบปลายปี พ.ศ.2553 สื่อมวลชนตั้งสมญานามให้บิ๊กแป๊ะว่า “น.1 อีซี่พาส”
เนื่องจากติดยศ พลตำรวจโท อย่างรวดเร็วและเป็นถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ทั้งๆ ที่เพื่อนร่วมรุ่นบางคนยังเป็นแค่สารวัตรเท่านั้น จึงคาดหมายว่าในอนาคตอาจจะได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพราะมีอายุราชการนานถึง 10 ปี
และในที่สุดความคาดหมายก็เป็นจริง เพราะในการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.2558 ซึ่งมีพลเอกประวิตร รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในขณะนั้นมีมติเป็นเอกฉันท์เลือก”บิ๊กแป๊ะ”เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่ 11 สืบต่อจากบิ๊กอ๊อด-พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งในวันที่ 4 กันยายน 2558 และมีผลในวันที่ 1 ตุลาคม 2558
ตัดภาพกลับมาที่”บิ๊กโจ๊ก” เขาเป็นคนที่ถูกอวยยศว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงแซงเพื่อนพี่น้องหลายขุม
จนหลายคนมองว่า เขาคือลูกรัก บิ๊กป้อม หลายคนลือกันไปถึงขั้นที่ว่า “โจ๊กหวานเจี๊ยบ ผู้นี้เข้าออกบ้าน พล.อ.ประวิตร ได้ทุกซอกทุกมุม!” ด้านเจ้าตัว “บิ๊กโจ๊ก”เคยให้สัมภาษณ์ไทยรัฐออนไลน์ในประเด็นเด็กบิ๊กป้อมว่า”ผมคงไม่สนิทขนาดนั้น ผมอยู่ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านซึ่งท่านก็เมตตา โดยการมอบหมายงานและใช้งานเราอยู่บ่อยครั้ง”
ตั้งแต่ปี 2557 หลังการรัฐประหาร ตอนนั้น “บิ๊กโจ๊ก”มียศ “พันตำรวจเอกพิเศษ” ในตำแหน่งรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เวลาผ่านไป 4 ปี ในยุค คสช. จากรองผู้บังคับการ เป็น “ผู้บังคับการ” เป็น “รองผู้บัญชาการ” และ “ผู้บัญชาการ” ก้าวหน้า 3 ขั้นอย่างรวดเร็ว และแต่ละตำแหน่งไม่ธรรมดา แม้อาวุโสอ่อนกว่าใครเพื่อน แต่เมื่อขึ้นสู่ตำแหน่ง”ผู้บัญชาการ” เขาเลือกตำแหน่งเกรดเอ อย่างผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เมื่อตุลาคม 2561 ก่อนจะต้องมรสุมหนัก
หลบเลียแผลใจอยู่ 1-2ปี กลับมาผงาดใหญ่กว่าเก่า และถูกวางตัวว่าจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประมุขรั้วปทมุวัน และก็สามารถเข้าไลน์ชิงตำแหน่ง “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” แต่วันนี้ “บิ๊กโจ๊ก”กลับมาต้องวิบากกรรม ในห้วงจังหวะที่ลูกพี่บิ๊กป้อมหลุดจากอำนาจไปแล้วนั้นเอง!
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews