ก่อนเข้าปฎิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรี เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช หลังรับตำแหน่งนายกฯ ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้น ก็เข้าเป็นประธานการประชุมพิจารณาทบทวนวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 2567
โดยย้ำประเด็นเงินเดือนราชการ สามารถเลือกได้ จ่าย 2 งวดหรืองวดก็ได้ พร้อมยืนยัน กระแสเงินสด รัฐบาลไม่ได้มีปัญหา การเสนอนโยบายอะไรออกไป มีทั้งกระแสลบ และกระแสบวก แต่จะขอสู้ต่อทำเพื่อประชาชน ในฐานะที่เป็นรัฐบาลของประชาชน ส่วนการยกเลิกมาตรา 44 ต้องรอคุยกับทางกฤษฎีกาก่อน
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าเฝ้าถวายเครื่องสักการะแด่สมเด็จพระสังฆราช ที่วัดราชบพิตรฯ โดยนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงในเวลา 08.42 น.
จากนั้น ได้วางพวงมาลัย ถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ข้างอุโบสถ ซึ่งได้ใช้เวลาอธิฐานเกือบ 1 นาที ก่อนเดินเข้าสู่พระตำหนักอรุณ ถือเป็นธรรมเนียนประเพณีปฏิบัติ ของนายกรัฐมนตรีทุกคน หลังได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อความเป็นสิริมงคล
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ยังมีกำหนดการที่จะเดินทางต่อไปยังวัดไตรมิตรวิทยาราม เพื่อไปถวายเครื่องสักการะสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี จากนั้น จะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นประธานการประชุมพิจารณาทบทวนวงเงิน
งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณปี 2567
โดยนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมถึง มติ ครม. ที่จะให้แบ่งจ่ายเงินเดือนข้าราชการเป็น 2 รอบ ว่า ปัจจุบันจ่ายเงินเดือนละครั้ง แต่การแบ่งจ่ายเดือนละ 2 จะช่วยแบ่งเบาภาระสำหรับคนที่มีหนี้สิน สามารถไปจ่ายหนี้สินคืนได้เร็วขึ้น
ส่วนคนที่มีหนี้ หากจะแบ่งจ่ายหนี้เป็น 2 ครั้ง ก็สามารถทำได้ พร้อมยืนยัน รัฐบาลไม่มีปัญหาเรื่องกระแสเงินสด และไม่ท้อ ขอสู้ต่อ เพราะการออกนโยบายมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ ยอมรับมีแผนปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ต้องดูองค์รวมทั้งหมดด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการยกเลิกคำสั่ง คสช. ตาม ม.44 จะพิจารณาที่ไม่ได้ใช้ และเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิต ซึ่งต้องรอปรึกษากับกฤษฎีกาก่อน พร้อมชี้แจงว่า ไม่ใช่การรักษาภาพลักษณ์ แต่เป็นเรื่องที่ต้องทำกับการมากำกับดูแลฝ่ายความมั่นคงเอง ทั้งนี้ ขออย่ามองการแบ่งงานให้รองนายกรัฐมนตรี เป็นการเอื้อพรรคไหน ยืนยัน ทำเพื่อประชาชน ในฐานะที่เป็นรัฐบาลของประชาชน
จากนั้น นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมพิจารณาทบทวนวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยสำนักงบประมาณ ที่ตึกภักตีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ซึ่งมีวาระที่น่าสนใจ อาทิการพิจารณากฎหมาย พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 มาตรา 24 กำหนดให้ในการจัดทำงบประมาณประจำปีให้สำนักงบประมาณเป็นหน่วยงานหลัก
โดยร่วมกับ กระทรวงการคลังสำนักงานสภากพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อดำเนินการ กำหนดนโยบายงบประมาณประจำปี ประมาณการรายได้ วงเงินงบประมาณรายจ่ายและวิธีการเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ หรือการจัดการในกรณีที่ประมาณการรายได้สูงกว่าวงเงินงบประมาณ และกำหนดสัดส่วนงบประมาณรายจ่ายเพื่อการลงทุนและงบประมาณรายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐต่อกรอบวงงินบประบาณรบจำบประจำปี รวมถึงการกำหนดกรอบประมาณการรายจ่าย ประมาณการรายรับ และฐานะการคลังของรัฐบาล เป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 ปี
นอกจากนี้ ยังหาหรือ การพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 15 กำหนดให้การจัดทำกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี ให้นำแผนการคลังระยะปานกลางมาประกอบ การพิจารณาด้วย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews