ลุยค้น! อาณาจักร “กํานันนก” กวาดล้างอิทธิพลเถื่อน

Video คลิปข่าวทั่วไป ข่าว
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 7 พร้อมด้วยตำรวจสอบสวนกลาง หน่วยปฏิบัติการพิเศษอินทรี 7 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องระดมกําลังเข้าตรวจค้นเครือข่าย นายประวีณ หรือ กำนันนก โยงพฤติการณ์ฮั้วประมูลที่ได้งานจากกิจการรับเหมาก่อสร้างที่มีชื่อกํานันนก เป็นกรรมการบริษัท 2 แห่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ปูพรมค้น 15 จุด ในพื้นที่ อ.เมือง 13 จุด และ อ.กําแพงแสน 2 จุด ใน จ.นครปฐม

 

 

 

โดยพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยความคืบหลังระดมกําลังเข้าตรวจค้นว่า จากการตรวจค้นพบอาวุธปืนจํานวน 16 กระบอก กระสุนอีกว่า 200 นัด รวมทั้งรถยนต์ฟอร์จูเนอร์คันที่ใช้หลบหนีหลังก่อเหตุยิง พ.ต.ต.ศิวกร เสียชีวิต ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตํารวจ 2 นายนั่งประกบข้างกํานันนก โดยรถยนต์มีการดัดแปลงสภาพเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่

 

 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ทําการเก็บดีเอ็นเอและพยานหลักฐานต่างๆภายในรถครบหมดแล้ว รวมทั้งดําเนินการถอดกล้องวงจรปิดทั้ง 15 จุดที่ทําการตรวจค้นในวันนี้ อีกส่วนหนึ่งคือการยึดเอกสารทั้งหมดเพื่อนําไปตรวจอย่างรายละเอียดว่ามีการฮั้วประมูลหรือไม่ นอกจากนี้อาวุธปืนทั้งหมดก็จะมีการตรวจสอบด้วยว่ามีการนําไปใช้ก่อเหตุหรือข่มขู่ผู้ประมูลโครงการต่างๆก่อนหน้านี้หรือไม่ เพราะทราบมาว่ามีการใช้อาวุธปืนไปก่อเหตุยิงข่มขู่คู่กรณีแต่ไม่ทราบว่าเป็นปืนกระบอกใดต้องรอตรวจสอบเสียก่อน

 

 

หลังจากนี้จะไล่ตรวจสอบเอกสารทั้งหมดที่ยึดได้ คาดว่าน่าจะใช้เวลาระมาณ 1 อาทิตย์ เนื่องจากเอกสารค่อนข้างเยอะ ส่วนการตรวจค้นในวันนี้ทั้ง 15 จุด ถือว่าสําคัญเท่ากันเพราะมีความเชื่อมโยงถึงตัวกํานันนกทั้งหมด นอกจากนี้ได้มีการจับกุมเลขานายก อบจ. หลังตรวจพบโพยหวยจํานวนมาก

 

 

นอกจากนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังฝากถึงผู้เสียหายที่เคยถูกบริษัทในเครือของกํานันนก ใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่ด้วยว่าสามารถเข้ามาแจ้งได้ที่ศูนย์ฝึกอบรมตํารวจภูธรภาค 7 เนื่องจากเบื้องต้นผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความแล้วเพียง 2-3 ราย คาดว่าหลังจากนี้จะมีการทยอยเดินทางเข้ามาแจ้งความดําเนินคดีเพิ่ม

 

 

ทั้งนี้ขอให้ประชาชนมั่นใจในการทํางานของเจ้าหน้าที่ตํารวจ เพราะขณะนี้เจ้าหน้าที่จากส่วนกลางนําโดยกองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลางเป็นกําลังหลักในการดูแลคดีนี้ และในส่วนของเซิร์ฟเวอร์วงจรปิดที่บ้านกํานันวันเกิดเหตุนั้นคาดว่าวันพรุ่งนี้ (14 ก.ย.) จะได้ผลการตรวจสอบทั้งหมด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ระบุว่าสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นและมีใครเกี่ยวข้องบ้าง เพื่อนําไปสู่การออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews