สภาผู้บริโภคเสนอ 8 ข้อป้องกันมิจฉาชีพออนไลน์

Video คลิปข่าวทั่วไป ข่าว
ปัจจุบันปัญหาการฉ้อโกงทางสื่อสังคมออนไลน์มีความรุนแรงขึ้นตามสภาวการณ์ ที่เปลี่ยนไป แม้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหามาตรการต่างๆ ในการเฝ้าระวังป้องกันมิจฉาชีพไม่ให้หลอกลวงประชาชน แต่ก็ยังคงมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อ กลโกง จำนวนมาก

 

 

นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา รองเลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค นำคณะ เข้าหารือร่วมกับ นายภิญโญ ตรีเพชราภรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับและตรวจสอบความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยทุจริตทางการเงินและยื่นข้อเสนอเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคให้กับ ธปท.

 

 

 

นายอิฐบูรณ์ ระบุว่า สถานการณ์ปัญหาภัยทุจริตทางการเงินมีรูปแบบการหลอกลวงที่หลากหลายและพัฒนารูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น การหลอกลวงขายสินค้าไม่ตรงตามที่สั่งซื้อ หรือการหลอกขายสินค้าแต่ไม่ส่งสินค้า การหลอกให้โอนเงิน การหลอกให้กู้เงินแต่ไม่ได้เงิน
การหลอกลวงให้ลงทุน หรือการหลอกลวงทางโทรศัพท์ให้โอนเงินโดยทำเป็นขบวนการ (แก๊งคอลเซนเตอร์) เป็นต้น ซึ่งทำให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบและสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมาก โดยข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติในปี 2565 พบว่า มีผู้แจ้งความทางออนไลน์เกี่ยวกับมิจฉาชีพหลอกลวงกว่า 140,000 คดี และมีมูลค่าความเสียหายกว่า 66,000 ล้านบาท

 

 

 

ดังนั้น สภาผู้บริโภคจึงมี 8 ข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาภัยทุจริตทางการเงินให้กับธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณา ดังนี้
1. ขอให้ติดตามการทำหน้าที่สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจให้เป็นไปตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และให้มีมาตรการลงโทษสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจหากไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.ก. ที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ผู้บริโภค ตลอดจนให้มีมาตรการรับผิดชอบเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น

 

 

2. ขอให้กำหนดหลักเกณฑ์การชดเชยเยียวยาความเสียหายแก่ผู้บริโภคเต็มจำนวน หากภัยทุจริตทางการเงินนั้นไม่ได้เกิดจากผู้บริโภค ได้แก่ผู้บริโภคถูกแฮกโอนเงิน ผู้บริโภคถูกหลอกโอนเงิน ผู้บริโภคถูกโอนเงินจากบัญชีฝากประจำ
3. ขอให้ออกหลักเกณฑ์ควบคุมการโอนเงินระหว่างประเทศโดยกำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำในการโอนเงิน

 

 

4. ขอให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การเปิดบัญชีเงินผ่านร้านสะดวกซื้อและบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ให้เข้มงวด เพื่อป้องกันการเปิดบัญชีทำธุรกรรมทางการเงินที่ไม่สุจริต (บัญชีม้า)
5. ขอให้ออกหลักเกณฑ์กำหนดให้บุคคลมีบัญชีเงินฝากไม่เกิน 5 บัญชี

 

 

 

6. ขอให้กำหนดหลักเกณฑ์ให้สถาบันการเงินตั้งกองทุน หรือทำหลักประกันคุ้มครองความเสียหายในการฝากเงินกับสถาบันการเงินกรณีเกิดภัยทุจริตทางการเงิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการดูแลรักษาเงินของผู้บริโภคและสามารถเยียวยาความเสียหายของผู้บริโภคที่จะเกิดขึ้นทันที
7. ขอให้จัดให้มีเบอร์โทรสายด่วนแจ้งเหตุภัยทุจริตทางการเงินหมายเลขเดียวแจ้งได้ทุกธนาคารและให้มีศูนย์อำนวยการในการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาภัยทุจริตทางการเงินร่วมกันโดยมีเจ้าหน้าที่ของธนาคารแต่ละธนาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจในการสั่งการแก้ไขปัญหาและระงับการทำธุรกรรมทางการเงินภายในเวลาไม่เกิน 3 นาที หลังจากผู้บริโภคแจ้งเหตุภัยทุจริตทางการเงิน ตลอดจนติดตามเงินคืนให้แก่ผู้บริโภค
8. ขอให้มีระบบการแจ้งเตือนหมายเลขบัญชีที่ต้องสงสัยที่ถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิด (ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง หรือ High Risk) ให้แก่ผู้บริโภคทราบก่อนการโอนเงิน เพื่อป้องกันการโอนเงินไปยังบัญชีที่ต้องสงสัย

 

 

ขณะที่ นายภิญโญ ตรีเพชราภรณ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายกำกับและตรวจสอบความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในส่วนของการเยียวยาผู้เสียหาย ธปท. กำลังศึกษาและดูทิศทางผลกระทบ ในตอนนี้การเยียวยาเป็นแบบให้ธนาคารพิจารณาเป็นรายกรณี ทั้งนี้ ข้อเสนอทั้ง 8 ข้อที่สภาผู้บริโภคยื่นให้กับ ธปท. จะนำกลับไปพิจารณาหารือกันต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews