วันนี้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” นำ สส.พรรคก้าวไกล 150 คน เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรครบแล้ว พร้อมย้ำ แก้ ม.112 ไม่ได้เป็นการล้มล้างการปกครอง ไม่ทำรัฐบาลสะดุด โดยเชื่อว่า สว.จะโหวตหนุนให้ตนนั่งนายกรัฐมนตรี ขณะประเด็นประธานสภา รอความชัดเจนในวันพรุ่งนี้
บรรยากาศการรับรายงานตัว ส.ส. วันนี้ ถือเป็นวันที่ 8 ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเปิดรับรายงานตัว โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย ส.ส.ก้าวไกลรวม 150 คน เดินทางด้วยรถบัสออกจากตึกไทยซัมมิท มายังอาคารรัฐสภา เพื่อรายงานตัว ส.ส.อย่างพร้อมเพรียงกัน
ซึ่ง ส.ส.ทุกคนสวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว สกรีนคำว่า ‘เราคือผู้แทนราษฎร เรามาจากประชาชน’และใส่สูทหรือแจ๊คเก็ตทับอีกหนึ่งชั้น ซึ่งทันทีที่ นายพิธา ลงจากรถบัส บรรดาแฟนคลับ ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ต่างมารอต้อนรับ พร้อมชูป้ายให้กำลังใจนายพิธา และ ส.ส. ตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ มาเป็นนายกฯ และ ส.ส.ของประชาชน โดยได้เข้าสวมกอด ถ่ายรูป ก่อนที่เจ้าหน้าที่สภา จะนำทางเข้ามาด้านใน
จากนั้น เดินทางมาถึงชั้น B1 ซึ่งเป็นสถานที่รายงานตัว มีเจ้าหน้าที่สภามารอต้อนรับและส่งเสียงกรี๊ด นอกจากนี้ ยังมีแม่บ้านพนักงานทำความสะอาดชูป้าย ‘ยินดีต้อนรับ’ ด้วย
ขณะเดียวกัน นายพิธา ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้ารายงานตัว ส.ส.ว่า การเข้ามาทำหน้าที่ในสภาฯ ครั้งนี้ พรรคก้าวไกลมี ส.ส. 151 คน ซึ่งมากกว่าครั้งที่แล้ว 2 เท่า ก็จะเข้ามาช่วยกันผลักดันงานที่ทำค้างไว้ และผลักดันกฎหมายเพื่อประชาชนส่วนสาเหตุที่นำ ส.ส.มารายงานตัวในวันนี้ มีหลายเหตุผล เพราะก่อนหน้านี้ตนติดโควิด ไม่สามารถมาได้ อีกทั้งวันที่ 27 มิ.ย. มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทย จึงเชื่อว่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดี
ส่วนกรณี ส.ว. ออกมาประกาศจะไม่โหวตให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ส่วนตัวก็ไม่กังวลใจ พร้อมยืนยันว่า เสียง สว. สนับสนุนที่นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ เคยพูดไว้เป็นเรื่องจริง ซึ่งพรรคก้าวไกลพยายามพูดคุยทำลายกำแพงระหว่าง 2 สภา จึงมีความคืบหน้าขึ้นเรื่อยๆ เพราะได้ชี้แจงข้อกังวลใจของ ส.ว. ในเชิงหลักการไปแล้ว ขอยืนยันอีกครั้งว่า มีจำนวนเสียง ส.ว. พอที่จะโหวตให้ตนเป็นนายกฯ
ทั้งนี้ จะลดเพดานการแก้ไข มาตรา 112 เพื่อให้ได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ว. หรือจะยืนยันตามนโยบายที่หาเสียงไว้ นายพิธา กล่าวว่า การแก้มาตรา 112 ได้พูดก่อนการเลือกตั้ง และตกผลึกว่าเป็นทางออกให้สังคมไทยเพราะที่ผ่านมามีการใช้มาตรานี้ เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมือง รังแกคนเห็นต่างและเยาวชน ซึ่งไม่เป็นผลดีกับสถาบันไหนเลย
ดังนั้น การจะรักษาสิ่งที่เรารัก ก็ควรจะมีการแก้ไขตามบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปเพราะฉะนั้นเรื่องนี้จะไม่ทำให้เส้นทางการจัดตั้งรัฐบาลต้องสะดุดลง แต่เมื่อมีข้อมูลหลายฝ่าย ก็อาจทำให้คนเข้าใจผิดว่าแก้ไขก็คือแก้ไข ไม่ใช่ยกเลิก ซึ่งเท่าได้คุยกับวุฒิสภาและหลายฝ่ายก็เข้าใจมากขึ้น พร้อมยืนยันการแก้ไขกฎหมายกฎหมายหนึ่งไม่เท่ากับการล้มล้างการปกครองอย่างที่กล่าวหาที่เกินจริงไปมาก
โดยในช่วงท้าย ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรสรุปแล้วจะเป็นของพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ขอให้รอฟังการประชุมร่วมกันกับพรรคเพื่อไทย และจะมีการแถลงร่วมกัน นอกจากนี้ เลขาธิการสำนักงานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า การเปิดประชุมรัฐสภาวันที่ 3 ก.ค. นี้ ทางสำนักงานฯ จะทำหนังสือแจ้งไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 28 มิ.ย. 66 เพื่อแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับรัฐพิธี โดยสำนักงานได้มีการซักซ้อมการเปิดรัฐพิธีและซักซ้อมการเปิดประชุมมาโดยตลอด ซึ่งในวันที่ 4 ก.ค. 66 เวลา 09.30 น. จะเป็นการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อเลือกประธานสภาฯ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews