พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีผู้การฯชลบุรีกับพวกถูกแจ้งดําเนินคดี รีดไถเงินจํานวนกว่า 140 ล้านบาท
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีผู้การฯชลบุรีกับพวกถูกแจ้งดําเนินคดี รีดไถเงินจํานวนกว่า 140 ล้านบาท ว่า เย็นวานนี้ศาลอนุมัติหมายจับ 3 พลเรือน ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีอยู่ 1 ราย ไหวตัวทันและหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ขณะนี้ทราบแล้วว่าหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน อยู่ระหว่างประสานงานเพื่อส่งผู้ร้ายข้ามแดน ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตํารวจมีประมาณ 11-12 นายที่เกี่ยวข้อง มีตั้งแต่ระดับผู้การลงมา ซึ่งตนได้ประสานไปยังผู้บังคับบัญชาของตํารวจทั้งหมดให้เข้ามอบตัว เบื้องต้นมีตํารวจ 2 นาย สังกัดสอท.2 เข้ามามอบตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวน
โดยนายตํารวจทั้ง 2 เดินทางมาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่งทางด้าน รองผู้บังคับการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 กล่าวว่าเพิ่งรับทราบข้อมูลจากสื่อที่นําเสนอข่าวกันไปก่อนหน้านี้ ส่วนเรื่องการถูกแจ้งข้อกล่าวหานั้นยังไม่ทราบรายละเอียด ซึ่งวันนี้มาเพื่อรับทราบข้อเท็จจริงต่างๆจากพนักงานสอบสวนว่ามีการแจ้งข้อกล่าวใดเรื่องใดบ้าง ยอมรับว่าตนเองได้เจอกับนายเป้ ผู้เสียหายในวันตรวจค้น ส่วนรายละเอียดต่างๆภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วจะออกมาให้สัมภาษณ์และตอบคําถามในทุกประเด็น
“ผมก็เพิ่งทราบว่าข่าวข้อเท็จจริงต่างๆ เท่ากับพี่ๆนักข่าวทุกคนเลยว่า ผมไปเกี่ยวข้อง ซึ่งยังไม่ทราบข้อเท็จจริงที่ถูกกล่าวหา รู้เท่าในข่าว เวลานี้จึงอยากทราบข้อเท็จจริงว่าผมถูกกล่าวหาว่าทําผิดอย่างไรบ้าง ก็เลยมาวันนี้เพื่อรับทราบข้อเท็จจริง หลังจากนี้รับทราบข้อเท็จจริงจากพนักงานสอบสวนให้ครบถ้วนก่อน ถ้าครบถ้วนเสร็จแล้วจะมาให้สัมภาษณ์ตอบคําถามทุกประเด็น”
สําหรับการลงโทษทางวินัย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าจะมีการพิจารณาจากพยานหลักฐานต่างๆ คาดว่าพลเรือนทั้ง 3 รายก่อเหตุดังกล่าวมานานแล้วและต้องร่วมกับตํารวจ หากไม่ร่วมคงไม่สามารถทําได้ ซึ่งทางตนจะเร่งสั่งกวาดล้างขบวนการเหล่านี้ให้สิ้นซาก สําหรับตํารวจตนได้ขอศาลออกหมายเรียกไม่ใช่หมายจับ เพราะทั้งหมดไม่มีพฤติกรรมในการหลบหนี ในส่วนของเส้นทางการเงิน ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอรายการเดินบัญชีย้อนหลังจากธนาคาร เพื่อหาความเชื่อมโยงและจะไล่ย้อนหลังไปอีก เนื่องจากคาดว่าจะมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
สําหรับผู้การฯชลบุรีรายดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยอมรับสนิทกัน เนื่องจากเคยทํางานร่วมกันแต่ไม่มีสายตรงหรือโทรมาเพื่อพูดคุยแต่อย่างใด ซึ่งวานนี้ตนเจอผู้การฯที่งานศพบิดาของท่าน ผบ.ตร. และมีการพูดคุยถึงกรณีดังกล่าวพร้อมแนะนําไปว่า อะไรที่เป็นความจริงก็ต้องว่าไปตามความจริง หรือผิดก็ต้องว่าไปตามผิด และบอกให้เตรียมเอกสารข้อมูลต่างๆเพื่อเข้ามาพบตามหมายเรียก
“มีเจอกันที่งานศพท่าน ผบ. เมื่อวาน คุยกันแล้ว ผมก็แนะนําท่านผู้การซึ่งส่วนตัวก็สนิทกัน ส่วนตัวก็ทํางานอยู่ด้วยกันเมื่อก่อน แนะนําไปแล้วว่าอะไรที่เป็นความจริงก็ต้องว่าไปตามความจริง คือการทํางานต้องเรียนว่าเราไม่ได้โกธรกัน ในส่วนคณะทํางานทั้งหมดเราไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร แต่มันเป็นหน้าที่ที่ต้องทํา ท่านผู้การฯก็ยังไม่ได้ว่าอะไร ก็บอกท่านไปว่าให้เอาข้อมูลและเตรียมตัวมาให้ข้อเท็จจริง”
อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า คดีนี้มีพยานหลักฐานชัดเจน และต้องไล่ความเชื่อมโยงเพื่อขยายผลต่อไปว่ามีใครเกี่ยวข้องเพิ่มอีกหรือไม่ ล่าสุดเมื่อเวลา 12.30 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่าได้ประสานไปยังผู้บังคับบัญชานายตํารวจที่เกี่ยวข้องกว่า 10 นายแล้ว ซึ่งทั้งหมดจะเดินทางเพื่อเข้ามามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหาในเวลา 16.00 น. และ 17.00 น. ตามลําดับที่สโมสรตํารวจ รวมถึงผู้การฯชลบุรีก็จะเข้ามาด้วยเช่นเดียวกันและจะดําเนินการแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด ส่วนผู้เกี่ยวข้องรายอื่นๆ จะทยอยเรียกเข้าพบภายในสัปดาห์นี้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews