กสิกรไทย ชี้ ต้องจับตาเศรษฐกิจโลก วิกฤตแบงก์สหรัฐฯล้มยังไม่จบ คาดใช้5-6เดือนเห็นชัด ตลาดเงินผันผวนได้
ในการบรรยาย “เศรษฐกิจโลกที่พลิกผันและการรับมือกับการตลาดที่ผันผวน” นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาโลกเกิดความผันผวนเป็นอย่างมาก เกิดความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน เนื่องมาจากปัจจัยที่เกิดขึ้นมีผลกระทบกับภาวะเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตจากโควิด 19 สงครามระหว่างรัฐยูเครน และล่าสุดที่เกิดขึ้น คือการปิดตัวของธนาคารในสหรัฐ ซึ่งทางกสิกรมองว่าปัญหาดังกล่าวยังคงมีความไม่แน่นอนสูง และเร็วเกินไปที่จะออกมาบอกว่า
ผลกระทบจาก การปิดตัวของธนาคารในสหรัฐจบลงแล้ว ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่ายังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าปัญหาดังกล่าวจะลุกลามเพิ่มขึ้นหรือไม่ คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 5-6 เดือน แต่อย่างไรก็ตาม เห็นชัดว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วของธนาคารกลางสหรัฐ ส่งผลกระทบทำให้เกิดวิกฤตขึ้นเวลานี้ และจากความไม่แน่นอนทำให้หลายฝ่ายไม่กล้า คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจ เพราะมีความผันผวนสูงและมีผลต่อการบริหารจัดการความเสี่ยงของภาคธุรกิจ
แต่สำหรับประเทศไทย มองว่า ภาคการท่องเที่ยวในปีนี้จะ มีตัวเลขนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 30 ล้านคน และสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศ ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 6.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ มีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนของประเทศซึ่งอาจแข็งค่าขึ้น แต่ทางกสิกรไทย ยังคงเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนในปีนี้อยู่ที่ 34.00 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐ ถึงแม้ว่าค่าเงินบาทจะยังคงมีความผันผวนจากนโยบายการเงินและเศรษฐกิจโลกในอนาคตได้อีก และสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย เชื่อว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยจะสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้อีก 1 ครั้งในปีนี้ ที่ร้อยละ 0.25 จากระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบัน


ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews