ผบช.สตม. แถลงกวาดล้างอาชญากรรม พร้อมรับมือเอเปค

Video คลิปข่าวทั่วไป ข่าว
วันนี้พลตำรวจโทภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หรือ สตม. พร้อมนายตำรวจระดับสูง ของ สตม. แถลงผลการจับระดมกวาดล้างอาชญากรรมระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม – 12 พฤศจิกายน

 

 

ก่อนการประชุมผู้นำเศรษฐกิจการค้าเอเปค 2022 โดยสามารถ จับกุม ได้หลายคดี ประกอบด้วย กลุ่มต่างด้าว หรือเป็นบุคคลต่างชาติอยู่ในราชอาณาจักรไทยอยู่เกินกำหนดอนุญาต 785 ราย หลบหนีเข้าเมือง 1249 ราย โดยแบ่งเป็นคนลาว 770 ราย เมียนมา349 ราย กัมพูชา 108 ราย และอื่น 22 ราย โดย ในจำนวนนี้มีคดีสำคัญ รวม 3 คดี ซึ่ง 2 คดีแรก เป็น หมายจับ ของอินเตอร์โพล โดยคดีแรก ตำรวจ ตม สามารถ จับกุมนายหลี่ (นามสมมุติ ) สัญชาติ จีน อายุ 27 ปี ซึ่งมีหมายจับจากทางการจีนในคดี ฉ้อโกงประชาชนผ่านแอปพลิเคชั่นซึ่งมีผู้เสียหาย กว่า 4 แสนราย มูลค่าความเสียหายรวม 50 ล้านบาท

 

คดีที่ 2 เป็นการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายอินเตอร์โพล หลังกระทำความผิดในประเทศจีน ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ คือนาย หู ชาวจีน อายุ 40 ปี เป็นหมายจับจากทางการจีน และเป็นหมายจับอินเตอร์โพล ในข้อหาครอบครองสิ่งต้องห้ามและปลอมเอกสาร ซึ่งจากสืบสวนและการติดตามตัวพบว่าหลบหนีในย่านสนามบินสุวรรณภูมิจังหวัดสมุทรปราการ

ส่วนคดีที่3 ซึ่งเป็นคดีสำคัญ เป็นการจับกุมนาย จาง สัญชาติ ไต้หวัน ซึ่งเป็นหัวหน้าขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งถือว่าเป็นภัยต่อสังคมและอีกหนึ่งประเด็นพลตำรวจโทภาคภูมิภิภัทฒ์ เปิดเผยถึง การเตรียมความพร้อม และรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ในช่วงที่จะมีการประชุมเอเปค เพื่อป้องกันบุคคลที่อาจเข้ามาสร้างสถานการณ์ในช่วงนี้

 

พลตำรวจโทภาคภูมิภัทฒ์ ยอมรับว่า ช่วงนี้เป็น ช่วงเทศกาลท่องเที่ยว จึงมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศ จำนวนมาก และเป็นช่วงเดียวกันกับการประชุมเอเปค แต่ยืนยันว่า มาตรฐานการตรวจสอบ ชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศ ทางตำรวจทำอย่างเข้มงวด ขณะนี้ยังไม่พบบุคคลที่มีลักษณะต้องห้าม และหากพบข้อมูลว่า จะมีบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ในประเทศคู่ขัดแย้ง ที่จะเดินทางเข้าประเทศ ทาง สตม. จะประสานข้อมูล อาชญากร ของประเทศนั้นๆ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหว และสามารถระงับการเดินทางได้ทันที

 

“ความจริงในช่วงยังมีการปฏิเสธคนเข้าเมืองอยู่น่ะครับ เราดำเนินตามเกณฑ์อย่างที่ผมบอกว่ามนช่วงเอเปคเราเน้นในเรื่องของโอเวอร์สเตย์ในเรื่องของการแจ้งที่พักเราสุ่มตรวจ โดยเฉาะที่พักในพื้นที่ ไข่แดง ไข่ขาว แล้วก็ในส่วนของโรงแรมแล้วก็ในส่วนของพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นนโยบาย ของท่าน ณรงค์ศักดิ์เลยน่ะครับ ให้ ตม. ลงไป ในเรื่องของการปฏิเสธคนเข้าเมืองเนี่ย เราปฏิเสธเป็นพัน ประมาณ สองพันกว่า เป็นลักษณะต้องห้าม ยังคงเข้มอยู่นะครับ ต้องเข้ม เราต้องเขาไปดูเรื่องของการตรวจสอบนะครับ

 

เพราะฉะนั้นการเดินทางเข้ามา เราตรวจตาม พ.ร.บ คนเข้าเมืองถ้าหากเดินทางเข้ามาแล้วมีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.บ คนเข้าเมือง คือ มาตรา 12 เราก็ปฏิเสธไปนะครับ ส่วนคนที่จะเข้ามาและเป็นภัยมีผลกระทบต่อการประชุมเอเปคหรือคู่ขัดแย้งโดยหลักจะมีบัญชี จากหน่วยงานความมั่นคง จนถึงประเทศนั้นเนี่ย มีการส่งบัญชีมา ขณะนี้ยังไม่ปรากฏ ยังไม่ปรากฏ ในส่วนผมเองก็ได้ไปประชุมในเรื่องของประเทศคู่ขัดแย้งที่เดินทางเข้ามา ในส่วนของ สตม. ที่เรียนให้ทราบเราดูข้อมูลย้อนหลังไป 6 เดือน – 1ปี เลย

 

ว่ากลุ่มประเทศคู่ขัดแย้งเนี่ยชนชาติของประเทศคู่ขัดแย้งที่เดินทางเข้ามาเนี่ยเดินทางเข้ามาด้วยวีซ่าประเทศใดยังอยู่ต่อหรือไม่นะครับ ถ้าไม่อยู่ต่อ ถ้าวีซ่าหมด เราไปจับกุมแล้วก็ผลักดันออกเลยเรารู้แม้กระทั่งว่าเขาพักอยู่ที่ไหน แบ่งเป็นช่วงอายุแบ่งเป็นความถี่ในการเดินทางเพราะเป็นนโยบายเน้นหนักมาเลยว่าจะต้องตรวจการให้ดีเฝ้าระวังให้ดีอย่าให้เหตุเกิดขึ้นได้ ตรงนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรอง ประวิตร ท่าน ผบ.ตร. ท่านดำรงศักดิ์ เน้นมากในเรื่องพวกนี้แล้ว ตม. เอง เราปักหมุดไปได้เลยว่าเขาพักที่ไหนเดินทางออกไปหรือยังซึ่งระบบก็เป็นระบบเราได้ควบคุม ยังไม่มี ถ้ามีเดี๋ยวบอก”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews