Home
|
ข่าว

“ชลน่าน” ต้อนรับ “จาตุรนต์ – สามารถ” สมัครเป็นสมาชิกพท.

Featured Image
“ชลน่าน” ต้อนรับ “จาตุรนต์ – สามารถ” สมัครเป็นสมาชิกเพื่อไทย พร้อมรับใช้ประชาชนเต็มที่

 

นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงรองเลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารพรรค ต้อนรับนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรค และคณะ และนายสามารถ แก้วมีชัย สมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย

 

โดยนพ.ชลน่าน กล่าวว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ดำเนินการตามเจตนารมณ์ของพรรค ที่จะมีโอกาสได้รับใช้พี่น้องประชาชนเพื่อเป้าหมายสูงสุดคือเพื่อไทยเพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน และพร้อมที่จะขอความร่วมมือหรือรับผู้ที่มีอุดมการณ์เจตนารมณ์เช่นเดียวกับพรรค โดยเฉพาะอดีตผู้ใหญ่ของพรรคที่แยกไปทำกิจกรรม  และพรรคได้เชิญให้กลับเข้ามาทำงานกับพรรค และเชื่อว่าจะทำให้ภาพลักษณ์ในการร่วมกันต่อสู้ด้านประชาธิปไตยเด่นชัดมากขึ้น

 

ด้านนายจาตุรนต์ ได้ขอบคุณ หัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค และแกนนำพรรค ที่เชิญกลับมาผนึกกำลังร่วมทำงาน และให้การต้อนรับอย่างกันเองเหมือนอดีตที่ผ่านมา ตนเองและคณะพยายามหาทางทำงานทางการเมืองที่เป็นประโยชน์ สร้างบ้านเมืองให้เป็นประชาธิปไตยและก้าวหน้า เพราะที่ผ่านมาประเทศมีปัญหามาก ทั้งความไม่เป็นประชาธิปไตย ตกขบวนการฟื้นฟูประเทศจากวิกฤติเศรษฐกิจ และวิกฤติโควิด-19 รัฐบาลล้มเหลวในการแก้ปัญหา จึงมีความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เพื่อให้แก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ และเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างบ้านเมืองให้เป็นประชาธิปไตย

 

และสภาวะบ้านเมืองแบบนี้ ฝ่ายประชาธิปไตยต้องผนึกกำลังให้เข้มแข็ง เพื่อแก้ปัญหาต่างๆเหล่านี้ให้ได้ และเห็นว่า พรรคเพื่อไทยกำลังรวมขบวน ผนึกกำลังเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของประเทศ จึงเห็นว่าการมาร่วมกับพรรคเพื่อไทย จะเป็นประโยชน์ในการบรรลุเป้าหมายเปลี่ยนรัฐบาลที่สามารถแก้ปัญหาให้ประชาชน ปูทางให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย สร้างชีวิตใหม่ให้กับประชาชน พร้อมตั้งใจจะทำงานเพื่อประชาชน และหวังว่าจะทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้บ้าง โดยจะยึดมั่นผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง จะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง แต่ยอมรับว่า การจะเปลี่ยนรัฐบาลภายใต้กติกาที่สร้างมาเพื่อผู้มีอำนาจไม่ใช่เรื่องง่าย

 

พร้อมย้ำว่า การกลับมาพรรคเพื่อไทยไม่มีข้อต่อรอง ส่วนการจะให้มีตำแหน่งใดนั้นขอให้เป็นไปตามระบบพรรคการเมืองที่เหมาะสม

 

ส่วนประเด็นเรื่องการไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ก่อนหน้านี้ แต่กลับมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง นายจาตุรนต์แจงว่าก่อนหน้านี้ตนได้พยายามตั้งพรรคและมีผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อกติกาเปลี่ยนไปการดำเนินการในลักษณะของการทำพรรคการเมืองใหม่จะทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้น้อยกว่าการกลับมาผนึกกำลังกับพรรคการเมืองที่มีความเข้มแข็ง มีความพร้อม และมีอุดมการณ์ที่ชัดเจนมั่นคง และเมื่อคำนึงถึงการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลที่ล้มเหลว เปลี่ยนกติกาไม่ได้ จึงเห็นว่าการมาผนึกกำลังของฝ่ายประชาธิปไตย จะมีความหมายและเป็นประโยชน์ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ดีได้

 

ขณะที่นายสามารถ กล่าวว่า จะขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนยืนหยัดอยู่กับพรรคเพื่อไทย เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ ทั้งแก้วิกฤติเศรษฐกิจ ทำประชาธิปไตยให้สมบูรณ์ ทำรัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอมรับ พร้อมขอบคุณที่พรรคให้โอกาสได้กลับมา และย้ำว่าจะไม่หนีไปไหน

 

อีกทั้งยังกล่าวถึงที่เคยย้ายพรรคไปอยู่พรรคไทยสร้างไทยแต่ตอนนี้กลับมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง ว่า ตอนที่ตนออกจากพรรคเพื่อไทยไปตอนนั้น
เพราะต้องการไปทำเลือกตั้งท้องถิ่นจนบรรลุเป้าหมายแล้ว ขณะเดียวกันคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทยได้มาชวนให้ไปร่วมสร้างพรรค หาสมาชิกเข้าพรรค และเห็นว่าเป็นพรรคที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกันจึงไปร่วม

 

ซึ่งตอนนี้ภารกิจนั้นได้สำเร็จแล้ว และกติกาการเลือกตั้งขณะนั้นยังเป็นบัตรใบเดียว แต่วันนี้กติกาเปลี่ยน กลับมาเป็นบัตร 2 ใบ จึงเห็นว่าควรจะกลับมาเพื่อที่จะช่วยพรรคเพื่อไทยสู้ศึกเลือกตั้ง พร้อมยืนยันว่า ไม่กังวลแม้หลายคนจะบอกว่าพรรคเพื่อไทยเสี่ยงถูกยุบ ยิ่งพรรคจะถูกรังแก ยิ่งต้องเข้ามาช่วยพรรค พร้อมกล่าวว่า ภาพของวันนี้ จะทำให้เลือดเก่าหลายคน ย้ายกลับมาสู่พรรคเพื่อไทยแน่นอน

และนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่บุคคลสำคัญจะกลับมาอยู่พรรคเพื่อไทย ว่า ขอให้รอโอกาสที่จะบอก ตอนนี้พยายามประสานงานและรอการตอบรับ ซึ่งเบื้องต้นหลายคนตอบรับด้วยความเต็มใจ เพื่อเป็นยุทธศาสตร์ทางประชาธิปไตย เพราะหากไม่รวมกัน จะสู้ไม่ได้จริงๆ เพราะเสียง 250 เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่มาก ดังนั้น พรรคเพื่อไทยต้องได้เก้าอี้ถึง 253 ขึ้นไป ถึงจะปิดประตู  250 ส.ว. ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งคือเป้าหมาย

 

ส่วนเรื่องการส่งผู้ว่า กทม. ในนามพรรคเพื่อไทย ว่า เรื่องนี้พรรคได้ประชุมปรึกษาหารือกันเรียบร้อย และการจะส่งผู้สมัครจะคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน และขณะนี้เสมือนมีตัวแทนฝ่ายประชาธิปไตยที่อาสาสมัครลงแข่งขันผู้ว่า กทม. อยู่แล้ว ถ้าพรรคส่งผู้สมัครในนามพรรคจะทำให้วัตถุประสงค์เป็นปัญหา ตัดคะแนนกันเอง จึงตัดสินใจไม่ส่งผู้สมัครชิงผู้ว่า กทม. แต่จะส่งผู้สมัคร สมาชิกสภากรุงเทพฯ (สก.)ในนามพรรคทุกเขต

 

ในส่วนของรายชื่อชิงผู้ว่า กทม. ที่มีการเปิดเผยมานั้น เห็นว่ามีการแบ่งฝ่ายชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนจะสนับสนุนใครอย่างเป็นทางการนั้นต้องดูเวลาที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบกับตัวผู้สมัคร และเพื่อให้ผู้สมัครฝ่ายประชาธิปไตยนั้นชนะการเลือกตั้ง

 

สำหรับพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยที่อาจจะส่งชิงผู้ว่า กทม. ด้วยนั้น จะต้องพิจารณาและต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุด พร้อมมองว่า ต้องมีหนึ่งคนที่เป็นตัวแทนฝ่ายประชาธิปไตย ถ้าไม่มียุทธศาสตร์ตรงนั้นเชื่อว่าอีกฝ่ายจะชนะ

 

ส่วนการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 1 จังหวัดชุมพร และเขต 6 จังหวัดสงขลา พรรคเพื่อไทยมีมติไม่ส่งลงแข่งขัน เพราะมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะอยู่อีกไม่นาน อีกทั้งก็ไม่ได้เตรียมการเอาไว้ ประกอบกับการเลือกตั้งซ่อมครั้งที่ผ่านๆมา พบการใช้กลไกที่ผิดปกติ ไม่เป็นประชาธิปไตย และทุกครั้งที่เกิดการเลือกตั้งซ่อมนั้นมักเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาลที่ได้รับชัยชนะ พรรคเพื่อไทยจึงรอสู้ศึกการเลือกตั้งใหญ่ทีเดียว

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube