สางโกงสอบท้องถิ่นจบจริงหรอ? มท.ล้างบาง5,925บัญชี ศึกการเมืองยังไม่จบ

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

 การแก้ปัญหาทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ที่ยืดเยื้อมานาน และตอนนี้ ดูเหมือนจะจบแล้วหลังวานนี้ มีการประชุมคณะกรรมการ ก.กลาง โดยมีนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณารับทราบมติของคณะกรรมการ กสถ. ที่มีมติยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นเดิม และประกาศบัญชีผู้สอบแข่งขันใหม่ จากผลการตรวจสอบการสอบแข่งขันประจำปี 2568 ที่ใช้เวลาประชุมนานนานกว่า 4 ชั่วโมง

 

โดยกระทรวงมหาดไทย ได้ขยับจากการ “ตรวจสอบ” ไปสู่การ “จัดระเบียบใหม่” ทั้งระบบ หลังคณะกรรมการ ก.กลาง มีมติเพิกถอนรายชื่อผู้สอบผ่าน 5,925 ราย พร้อมเดินหน้าประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านชุดใหม่วันนี้ เพื่อคืนความเชื่อมั่นให้กับระบบสอบราชการท้องถิ่น

 

โดยนายวรศิษฎ์ เปิดเผยว่า การประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านประมาณ 50,048 คน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการคลี่คลายปัญหา แต่หลังจากนี้ยังมีขั้นตอนสำคัญอีกหลายส่วน ทั้งการส่งรายชื่อผู้ถูกเพิกถอนแยกตามจังหวัด ให้ ก.จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการตามกฎหมาย โดยกำหนดกรอบเวลาการเพิกถอนทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม ก่อนเข้าสู่กระบวนการบริหารบัญชีสอบใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มบรรจุผู้สอบผ่านทดแทนตำแหน่งที่ว่างได้ในช่วงเดือนตุลาคม

 

ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทย ยังเตรียมรับมือกับการใช้สิทธิทางศาลของผู้ที่ถูกเพิกถอนรายชื่อ โดยยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดอาศัยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ พร้อมส่งข้อมูลไปยังทุกจังหวัด เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และสามารถชี้แจงต่อผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างเป็นธรรม

 

อย่างไรก็ตาม แม้กระบวนการทางกฎหมายจะเดินหน้า แต่ในอีกด้านหนึ่ง ประเด็นนี้ได้กลายเป็นประเด็นการเมืองทันที เมื่อ นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าเกี่ยวข้องกับการยกเลิกการว่าจ้างมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้จัดสอบ ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนผู้ดำเนินการสอบ และเกิดการทุจริตครั้งใหญ่ในเวลาต่อมาข้อสังเกตดังกล่าว ทำให้ฝ่ายรัฐบาลต้องออกมาชี้แจงอย่างละเอียด

 

ซึ่งนายวรศิษฎ์ ยืนยันว่า หากจะพูดถึงเรื่องนี้ ต้องย้อนดูข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะก่อนหน้านั้น มีการร้องเรียนเรื่องการเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบในกระบวนการเดิม ซึ่งมีหลักฐานยืนยันได้ จนนายอนุทินสั่งให้ตรวจสอบ เพื่อรักษาความโปร่งใสของการสอบ ไม่ใช่การยกเลิกสัญญาโดยไม่มีเหตุผล

 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ในเวลานั้น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้เพิ่มเงื่อนไขความรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา หากเกิดการทุจริต และกรมบัญชีกลางก็มีความเห็นให้ยกเลิกการจัดจ้างด้วย ไม่ใช่เป็นการตัดสินใจของฝ่ายการเมืองเพียงฝ่ายเดียว เพราะเมื่อมีการลงนามสัญญาแล้ว จะยกเลิกได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุผลรองรับตามกฎหมาย

 

นอกจากนี้ ยังยกเหตุผลประกอบว่า หากผู้บริหารในขณะนั้นไม่มีเจตนาปราบปรามการทุจริต ก็คงไม่จำเป็นต้องลงนามบันทึกความร่วมมือกับหน่วยงานตรวจสอบถึง 5 หน่วยงาน ทั้งสำนักงาน ป.ป.ช. ป.ป.ท. ป.ป.ป. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันตรวจสอบกระบวนการสอบอย่างเข้มข้น

 

มุมมองของฝ่ายรัฐบาลจึงพยายามชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนความตั้งใจในการเปิดโปงความผิดปกติ มากกว่าการเป็นต้นเหตุของปัญหา ขณะที่ฝ่ายค้านมองว่า ยังมีคำถามหลายประเด็นที่ต้องได้รับคำอธิบาย โดยเฉพาะลำดับเหตุการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนรูปแบบการจัดสอบ

 

ด้านนักวิเคราะห์การเมือง มองว่า จากนี้ไป ประเด็นการสอบท้องถิ่นจะไม่ได้อยู่แค่ในมิติของการบริหารราชการ แต่จะกลายเป็นเวทีพิสูจน์ความโปร่งใสของรัฐบาลด้วย เพราะนอกจากการดำเนินคดีผู้กระทำผิดแล้ว สิ่งที่สังคมจับตาคือ การเยียวยาผู้สอบสุจริต การบรรจุทดแทนอย่างเป็นธรรม และการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

 

อีกด้านหนึ่ง การที่นายวรศิษฎ์ ประกาศพร้อมเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ หากได้รับเชิญ ก็สะท้อนว่ารัฐบาลเลือกใช้แนวทางเปิดข้อมูลและตอบคำถามต่อสาธารณะ เพื่อยืนยันว่าทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบได้

 

 


ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่